เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมศิลปากรเปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานทางโบราณคดีภายใต้โครงการ ‘อนุรักษ์และพัฒนาโบรารสถานวัดพระงาม ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ซึ่งประกอบด้วยการขุดค้นเพื่อทำการศึกษา เคลื่อนย้ายเจดีย์บรรจุอัฐิและจัดทำแบบเพื่อการบูรณะปรับปรุงภูมิทัศน์
นายอรุณศักดิ์ กิ่งมณี รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า โบราณสถานวัดพระงาม สร้างขึ้นในสมัยทวารวดี อายุกว่าพันปีมาแล้ว ถูกรบกวนโดยการก่อสร้างทางรถไฟซึ่งทำลายตัวโบราณสถานประมาณครึ่งหนึ่ง กรมศิลปากรต้องการขุดค้นทางโบราณคดีมานานแล้ว แต่ติดปัญหาเนื่องจากเป็นที่ตั้งของเจดีย์บรรจุอัฐิของคนปัจจุบัน และทุกวันนี้ยังเป็นจุดที่รถไฟวิ่งผ่านตลอดเวลา แนวทางการบูรณะในอนาคตต้องคำนึงถึงหลักวิศวกรรม โดยจะเสริมโครงสร้างโบราณสถานให้มั่นคงเป็นพิเศษ หากปล่อยไปเรื่อยๆ ปัญหาเรื่องความสั่นสะเทือนจากรถไฟอาจทำให้ตัวโบราณสถานทรุดและพังทลายลงมาได้ การบูรณะทั้งหมดคาดว่าใช้เวลาราว 3-4 ปีจึงแล้วเสร็จ
สำหรับรูปแบบทางศิลปกรรม หลังการขุดแต่งคงสามารถสันนิษฐานได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เบื้องต้นคาดว่าน่าจะคล้ายคลึงกับพระประโทณเจดีย์ซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองนครปฐมโบราณ

นางสาวอัจฉรา แข็งสาริกิจ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี กล่าวว่า ขณะนี้การดำเนินการทางโบราณคดียังไม่จบ โดยในปีนี้ติดปัญหาเรื่องอัฐิของคนปัจจุบัน เมื่อมีการเคลื่อนย้ายออกทั้งหมดแล้ว จะมีการดำเนินงานที่ทำให้มองเห็นถึงสถาปัตยกรรมทั้งหมดได้ สำหรับโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ ยังเก็บรักษาไว้ที่วัดพระงาม

นายศุภชัย นวการพิศุทธิ์ นักโบราณคดีของห้างหุ้นส่วนจำกัดโบราณนุรักษ์ ผู้ทำการขุดค้นภายใต้การควบคุมงานของสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี กล่าวว่า การขุดค้นโบราณสถานแห่งนี้ พบโบราณวัตถุจำนวนมาก อาทิ อิฐยุคทวารวดี ซึ่งมีแกลบข้าวผสมอยู่จำนวนมาก และขนาดค่อนข้างใหญ่ , พระพิมพ์ดินเผากว่า 20 องค์ ประกอบด้วยปางมหาปาฏิหาริย์ หรือยมกปาฏิหาริย์ เหมือนที่เคยพบที่วัดพระเมรุ จังหวัดนครปฐม และพระพิมพ์ปางสมาธิโดยมีฉัตรและเครื่องสูงประกอบ, ชิ้นส่วนประติมากรรมสลักจากหินเนื้อละเอียดสีเขียวอมเทา คาดว่าเป็นชิ้นส่วนพระพุทธรูปปางสมาธิ เนื่องจากพบส่วนพระหัตถ์หงาย, จารึกบนแผ่นอิฐ มีอักษร 1 บรรทัด นอกจากนี้ ยังพบชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมทำจากอิฐอีกจำนวนหนึ่ง

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า การขุดค้นครั้งนี้ ยังพบโบราณวัตถุสำคัญ คือประติมากรรมดินเผารูปบุคคล สันนิษฐานว่าคือ ‘อสูร’ ที่เป็นทวารบาล หรือผู้เฝ้าประตูสถูปเจดีย์ โดยพบจากการเนินดินลึกลงไปราว 6 เมตรบริเวณตะวันออกของฐานสถูปทวารวดี
“ตอนนี้ยังขุดไม่ถึงบริเวณที่เป็นพื้นใช้งานในอดีต เพราะลึกมาก สำหรับทวารบาลพบชิ้นส่วนต่างๆที่ทำให้สันนิษฐานได้ว่ามีอย่างน้อย 5 ตน ตนหนึ่งพบลำตัวและศีรษะที่แตกหักออกจากกัน เมื่อต่อเข้ารอยพอดีจะพบว่าศีรษะเอียงไปทางซ้ายเล็กน้อย เช่นเดียวกับตาที่มองเหลือบไปทางซ้าย อีกตนหนึ่งยังไม่พบศีรษะ โดยทั้ง 2 ตนนี้ตอนขุดเจอมีลักษณะพิงกันอยู่ เบื้องต้นฝากทางวัดพระงามช่วยดูแลไว้เช่นเดียวกับโบราณวัตถุชิ้นอื่นๆ” นายศุภชัยกล่าว











