ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวในการประชุมสร้างความเข้าใจหน่วยบริการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนทุนเสมอภาค (นักเรียนยากจนพิเศษ) จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) 225 เขต และครูแกนนำสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเข้าร่วม ที่โรงแรมบียอนด์สวีท ถนนจรัญสนิทวงศ์ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ผลจากการเยี่ยมบ้าน และคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษของครูสังกัด สพฐ.ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 มีนักเรียนที่ผ่านคัดกรองเพื่อรับเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนจาก สพฐ.และเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข กสศ.จำนวน 2,628,799 คน มีนักเรียนยากจนพิเศษที่คาดว่าจะได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุน ภาคเรียนที่ 1/2562 จำนวน 723,604 คนจากทั่วประเทศ โดยนักเรียนยากจนพิเศษกลุ่มเลื่อนชั้น กสศ.จัดสรรเงินอุดหนุนแล้วกว่า 311,474 คน เหลือจัดสรรให้กลุ่มใหม่อีก 381,629 คน ภายในเดือนกันยายนนี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีนักเรียนยากจนพิเศษที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ แต่โรงเรียนยังไม่ได้บันทึกผลการรับรองข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษโดยคณะกรรมการสถานศึกษา (นร.05) เข้ามาในระบบ 30,501 คน จาก 1,638 โรง ส่งผลให้นักเรียนกลุ่มนี้ไม่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนในรอบนี้
“เด็กยากจนพิเศษกว่า 30,501 คน ถือเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกนอกระบบเพราะความยากจน สพฐ.จะไม่ทอดทิ้ง เบื้องต้นได้ประสาน กสศ.ให้เปิดระบบเพื่อขยายเวลาการบันทึกผลการรับรองข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษโดยคณะกรรมการสถานศึกษา (นร.05) วันที่ 2-6 กันยายน และขอให้ สพท.ทั้ง 225 เขต ช่วยผลักดันให้สำเร็จ เพื่อจะไม่ทอดทิ้งเด็กๆ แม้แต่คนเดียว” ว่าที่ ร.ต.ธนุ กล่าว
ว่าที่ ร.ต.ธนุ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีตัวเลขนักเรียนออกกลางคันสูงถึง 2% ของนักเรียนทั้งหมด จากการอพยพ ย้ายถิ่นฐานตามผู้ปกครอง ปัญหาท้องก่อนวัยเรียน ปัญหาเศรษฐกิจ เมื่อ สพฐ.ใช้มาตรการดูแลช่วยเหลือนักเรียนทุกกลุ่ม ตัวเลขนักเรียนออกกลางคันลดเหลือไม่ถึง 1% ซึ่งมีทั้ง กศน.และท้องถิ่นคอยช่วยติดตาม นำระบบเลข 13 หลักมาติดตามว่าเด็กอยู่ตรงไหน รวมถึง ความร่วมมือกับ กสศ.สนับสนุนเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข (CCT) นี้ เนื่องจากระบบที่ สพฐ.และ กสศ.ช่วยกันพัฒนาขึ้นนี้ จะติดตามข้อมูลการมาเรียนของนักเรียนเป็นรายบุคคลอย่างต่อเนื่องตลอดปีการศึกษา เพื่อเป็นหลักประกันในการป้องกันการหลุดออกจากระบบของนักเรียนยากจนพิเศษด้วย
นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุน กสศ.กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2562 ตัวเลขนักเรียนที่ได้รับทุนเสมอภาคเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2561 จาก 510,040 คน เป็น 723,604 คน เพิ่มขึ้น 42% เนื่องจากปีนี้ได้รับการสนับสนุน และความร่วมมือจาก สพฐ.ทั้งส่วนกลาง และ 225 สพท.กระตุ้นให้สถานศึกษาต่างๆ ร่วมมือกรอกข้อมูลมากขึ้นมาก ทำให้จำนวนโรงเรียนที่ปฏิเสธการรับทุน หรือไม่กรอกข้อมูลลดลง เพื่อไม่ให้นักเรียนเสียสิทธิในภาคเรียนนี้ โดยมี สพท.122 เขต หรือมากกว่า 54% ที่โรงเรียนในเขตพื้นที่บริการรับรองข้อมูลนักเรียนเข้ามาครบ 100%
“เงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขของนักเรียนทุนเสมอภาค ภาคเรียนที่ 1/2562 กสศ.จัดสรรให้นักเรียน 1,000 บาทต่อคน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และบรรเทาอุปสรรคการมีเรียน และ 2.สนับสนุนกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพนักเรียนทุนเสมอภาคของโรงเรียน ซึ่งเป็นการขยายผลให้เงินอุดหนุนของ กสศ.เกิดผลลัพธ์ต่อตัวนักเรียนได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ต้องยอมรับว่า ทุนเสมอภาครายคนเป็นเงินจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับขนาดของปัญหา หากภาคธุรกิจ หรือประชาชนทั่วไป จะร่วมสมทบทุนบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ กลุ่มที่ยากจนที่สุดของประเทศ บริจาค และใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่าได้อัตโนมัติที่ https://donate.eef.or.th/main-donate สอบถามโทร 0-2079-5475″ นพ.ศุภกร กล่าว



