อธิการบดี ม.สุโขทัยธรรมาธิราช พร้อมพวกร้องเรียนกระทรวงศึกษาธิการ สอบพฤติการณ์ของนายกสภาฯ
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รศ.ดร.นายแพทย์ชัยเลิศ พิชิตพรชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รองอธิการบดี ผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัย ทำหนังสือด่วนถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร้องเรียนพฤติการณ์ของ รศ.ดร.องค์การ อินทรัมพรรย์ นายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เนื่องจากเกรงว่า จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการบริหารราชการของมหาวิทยาลัย
โดยหนังสือฉบับดังกล่าวได้สรุปพฤติการณ์ของนายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ดังต่อไปนี้
1) การไม่ยอมรับและปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เกี่ยวกับกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ (รองศาสตราจารย์ ดร.สมจินต์ สันถวรักษ์) โดยกระทำการปกปิด ช่วยเหลือ แก้ไขรายงานการประชุมสภามหาวิทยาลัย ก่อให้เกิดความเสียหายในการปฏิบัติราชการ กระทบต่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หลักธรรมาภิบาล และความโปร่งใสของมหาวิทยาลัย
2) การไม่ลงนามในคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๙ จนกว่าอธิการบดีจะได้รับว่านายกสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้บังคับบัญชาของอธิการบดี ก็จะลงนามคำรับรองฯ ดังกล่าวภายใน 15 วินาที ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมีอคติ ใช้ประเด็นเรื่องส่วนตัวในการพิจารณาเรื่องส่วนรวม กลั่นแกล้งข่มขู่บุคลากรของมหาวิทยาลัย และไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่มหาวิทยาลัย
3) เจตนากลั่นแกล้งอธิการบดี (รองศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ชัยเลิศ พิชิตพรชัย) โดยไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกร้อง มีพฤติการณ์ที่สอดรับกับกลุ่มผู้ร้องเรียน จงใจมิให้กระบวนการสอบหาข้อเท็จจริงและผลการรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของอธิการบดีเป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ หลักนิติธรรม และหลักความสุจริตโปร่งใส
4) ละเว้นการพิจารณาสถานภาพ คุณสมบัติ และความเหมาะสมของการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ (คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา) และละเว้นการพิจารณาเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิท่านอื่นทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการเงินและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย แทนคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่สองมาตรฐาน ขาดหลักธรรมาภิบาล ขาดความโปร่งใส ใช้ระบบอุปถัมภ์และระบบพรรคพวกเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ ใช้ประเด็นเรื่องส่วนตัวในการพิจารณาเรื่องส่วนรวม ไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ
5) การเสนอแต่งตั้งกรรมการการเงินและทรัพย์สินผู้ทรงคุณวุฒิ โดยไม่เป็นไปตามข้อบังคับ มสธ. ว่าด้วย การเงินและทรัพย์สิน พ.ศ.2554 กำหนดให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการการเงินและทรัพย์สิน โดยคำแนะนำของอธิการบดี ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขาดหลักธรรมาภิบาล ขาดความโปร่งใส ไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ
6) นายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จงใจประวิงเวลากระบวนการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่เพื่อประโยชน์แห่งตน
7) นายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มีพฤติการณ์จงใจขัดขวางการทำงานของฝ่ายบริหาร ขาดธรรมาภิบาล ขาดความโปร่งใส และไม่รับฟังเสียงประชาคม มสธ. อย่างแท้จริง
หนังสือระบุต่อว่า บัดนี้ ได้เกิดปัญหาในการบริหารราชการของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยเกิดข้อขัดแย้งในประเด็นดังกล่าวระหว่างฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยกับนายกสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกรงว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการบริหารราชการของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างยิ่ง และวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๙ จะมีการประชุมสภามหาวิทยาลัยที่มีวาระพิจารณาที่สำคัญต่อทิศทางการบริหารราชการของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก
ขณะนี้มหาวิทยาลัยไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยเป็นองค์กรสูงสุดของมหาวิทยาลัย จึงมีความจำเป็นต้องนำเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในฐานะเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๔ บัญญัติว่า “รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้” ประกอบพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖ มาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ให้บรรดาอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยและอำนาจหน้าที่ของปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของทบวงมหาวิทยาลัยตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี”
ข้าพเจ้าในฐานะฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยซึ่งได้รับผลเสียหายจากการกระทำของนายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (รองศาสตราจารย์ ดร.องค์การ อินทรัมพรรย์) และสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ไม่อาจเพิกเฉยละเว้นต่อความเสียหายซึ่งเกิดแก่มหาวิทยาลัยมาเป็นระยะเวลาพอสมควร
จึงประสงค์ร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกระทรวงต้นสังกัด ขอให้โปรดพิจารณา ดังนี้
1. โปรดสั่งให้สภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช งดการประชุมสภามหาวิทยาลัยไว้ก่อน จนกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
2. โปรดแต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงพฤติการณ์ของนายกสภามหาวิทยาลัย (รองศาสตราจารย์ ดร.องค์การ อินทรัมพรรย์) และสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รวมทั้งอธิการบดี (รองศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ชัยเลิศ พิชิตพรชัย) รองอธิการบดีทุกคน และผู้บริหารที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว
เพื่อประโยชน์แก่มหาวิทยาลัย ขอให้ท่านโปรดดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

