‘ผอ.โยธินฯ’ นำวิศวกรตรวจสอบอาคาร หลังฝ้าถล่ม ขอผู้ปกครองมั่นใจไม่เกี่ยวกับโครงสร้างตึก

6.09.19 | 22:37 น.

จากกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนดังย่านบางโพธิ์ จนแฮชแท็ก #โยธินมรณะ ติดเทรนด์ทวิตเตอร์วันนี้ โดยพบว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เด็กๆ ออกมาเรียกร้องคุณภาพชีวิต และความปลอดภัยของตัวเอง หลังจากฝนตกลงมาอย่างหนัก จนฝ้าถล่มลงมากท่ามกลางเด็กๆ ที่ยังไม่เลิกเรียนโดยนอกจากฝ้าจะถล่มลงมาแล้วยังพบว่าน้ำที่รั่วลงมา ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ทำให้เด็กแตกตื่นไปทั้งโรงเรียน มีการพยายามวิ่งลงบันไดจนวุ่นวาย

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 กันยายน ที่โรงเรียนโยธินบูรณะ นำโดย นายอดิศักดิ์ วิไลลักษณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนโยธินบูรณะ นางดารารัศมิ์ ศรีวิลัย รองผู้อำนวยการโรงเรียน กลุ่มบริหารทั่วไป รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ ที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย นายรังสฤษดิ์ ถาวจัตุรัส สถาปนิก สพฐ. นายอทิทักษ์ ฐานะรัตน์ ศิษย์เก่าโรงเรียนโยธินบูรณะ และ นางสาวปวีณ์กร แก้วนิล ประธานนักเรียน

ด้าน นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นโรงเรียนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ได้ดำเนินการเร่งแก้ไขทันที ซึ่งเหตุนั้นเกิดจาก การทดสอบในการระบายน้ำจากแทงก์น้ำทั้ง 13 แทงก์ ด้านบนบริเวณชั้น 13 ล้นมา และซึมมาที่ชั้น 12 ระบบป้องกันนั้นมันเป็นเรื่องปกติเพราะสิ่งที่สร้างขึ้นมานั้นเป็นอาคารที่ทันสมัย และมีระบบที่ดี สิ่งที่เกิดกับลูกๆเรานั้น ไม่ได้มีปัญหาอะไรและระบบตัดน้ำล้นหรือลูกลอยมีปัญหา จนทำให้น้ำจากด้านบนไหลซึม ลงมาโดนฝ้าจนน้ำสะสมจึงเกิดให้น้ำทะลุลงมาเป็นเหตุดังกล่าวขึ้นแต่ในเบื้องต้นได้มีการแก้ไขแล้ว

นายรังสฤษดิ์ กล่าวว่า จากข้อมูลเบื้องต้นคือฝ้าหลุดรั่ว ทางสพฐ. ก็ได้ เข้าตรวจสอบตั้งแต่เมื่อวาน พบว่าเป็นเพียงแค่ฝ้าหลุดร่วงในส่วนของตัวอาคาร ไม่ได้มีผลกระทบอะไร ถือว่ามีความคงทนแข็งแรงในระดับที่ดี ฝ้าเป็นเพียงส่วนประกอบของอาคาร ไม่ได้เกี่ยวกับโครงสร้างอาคาร ทั้งนี้ก็ได้มีการแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ซึ่งระยะแรก จะดำเนินการเร่งซ้อมอย่างเร่งด่วน และให้เข้าอยู่ในสภาวะปกติภายใน 3 วัน ระยะที่สองจะต้องมีการจัดงบประมาณในการทำพื้น และที่ระบายน้ำภายใน 1 เดือน ระยะที่ 3 จะต้องมีการตรวจสอบในเรื่องของโครงสร้างตัวอาคาร ร่วมกับ ที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เป็นเวลา กว่า 10 วันในการตรวจสอบ ซึ่งจะต้องตรวจสอบทั้งระบบทั้งโครงสร้างต่างๆ ระบบไฟฟ้าและระบบลิฟท์ทุกอย่างเพื่อให้ความมั่นใจแก่ผู้ปกครอง และนักเรียนว่าอาคารหลังนี้นั้นมีความปลอดภัยและใช้งานได้

Advertisement

รศ.สิริวัฒน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบดูอาคารดังกล่าวแล้วนั้น เมื่อเกิดปัญหาน้ำล้นที่อยู่ในแทงก์ชั้น 13 และระบบไม่ยอมทำงานซึ่งไม่ทราบว่าสาเหตุใดจนทำให้น้ำล้นลงมาจากแทงก์โดยรอบที่มีอยู่รอบตัวอาคาร เจิ่งนองบนพื้น ทั้งนี้ระบบจำพวกรางน้ำ ต่างๆนั้นอาจจะเตรียมการไว้แบบคิดไม่ถึง จนทำให้น้ำซึมมาที่ฝ้าเพดานบริเวณชั้น 12 ลมหนึ่งตัวฝ้านั้นไม่ได้เป็นวัสดุที่ทนทานเกี่ยวกับน้ำอะไรมาก แค่โดนน้ำนิดเดียวก็ทำให้อ่อนแอได้ ทำให้ฝ้าจึงหลุดร่วงลงมา ตัวต้นเหตุคือตัวที่เป็นโครงสร้างอยู่ชั้น 13 นั้น ทั้งนี้ก็ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป

ในส่วนเรื่องที่มีสัญญาณไฟไหม้ดังขึ้นนั้น เกิดจากน้ำที่รั่วซึมจากบริเวณชั้น 12 หยดใส่เครื่องตรวจจับควัน จนทำให้เกิดการช็อตและส่งสัญญาณไฟไหม้ดังขึ้น เรื่องดังต้องชื่นชมเด็กๆนั้นที่เมื่อได้ยินสัญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ดังขึ้น ทุกคนต่างทำตามขั้นตอนการฝึกซ้อมหนีเพลิงไหม้ได้เป็นอย่างดี โดยทุกคนต่างลงมารวมตัวกันที่สนาม และตั้งแถวนับจำนวนคน

ทั้งนี้ในส่วนของ #โยธินมรณะ จะทำให้เราสูญเสียความเชื่อมั่นหรือไม่นั้น สมัยที่ตนยังเด็กก็เรียนที่โรงเรียนดังกล่าว ก็เป็นเด็กดื้อพอสมควรเมื่อถูกครูตีก็เลยไม่ชอบครู ชอบโรงเรียน สมัยก่อนไม่มีโซเชียลก็ได้แต่คิดเขียนตามโต๊ะประตูห้องน้ำต่างๆ ปัจจุบันนี้มีโซเชียลให้นักเรียนได้ระบาย วันหนึ่งถ้าเขาโตขึ้นตนคิดว่าเค้าก็คงรักโรงเรียนเหมือนที่ตนรักก็เป็นไปตามวัย

นางสาวปวีณ์กร กล่าวว่า ในช่าวเกิดเหตุ ช่วงแรกก็รู้สึกตกใจ และตั้งสติแบบที่ได้ซ้อมกันไว้กับทางโรงเรียน ทุกคนก็ได้ยึดธงของแต่ละห้องอพยพลงไปด้านล่างบริเวณสนาม ซึ่งเป็นจุดรวมพลของโรงเรียน ในส่วนของผู้พิการที่ต้องอพยพลงไปนั้นก็จะมีคณะกรรมการนีกเรียนในให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว เพื่อไปที่จุดรวมพล เบื้องต้นไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้