‘มาดามโอ๊ะ’ ลงพื้นที่รวบรวมปัญหา ร.ร.เอกชน เตรียมชง ‘เสมา1’ หาทางแก้ไข

23.09.19 | 15:36 น.

‘มาดามโอ๊ะ’ ลงพื้นที่รวบรวมปัญหา ร.ร.เอกชน เตรียมชง ‘เสมา1’ หาทางแก้ไข

เมื่อวันที่ 23 กันยายน นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากการที่ตนได้ลงพื้นที่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อรับฟังข้อมูล และปัญหาการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชน เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนข้อเสนอการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนโรงเรียนเอกชนต่อรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาโรงเรียนเอกชนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้เสนอให้ปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว และเงินอุดหนุนอาหารกลางวันนักเรียนเอกชนระดับชั้นอนุบาล 1 ถึง ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ให้ได้100% เท่ากับนักเรียนโรงเรียนของรัฐจากปัจจุบันได้รับจัดสรรเพียง28% ของนักเรียนโรงเรียนเอกชนทั้งหมด เช่น โรงเรียนเอกชนตามแนวตะเข็บชายแดน ได้สะท้อนปัญหาว่าขณะนี้เด็กต่างชาติที่อยู่ตามแนวตะเข็บชายแดน ซึ่งเดินทางเข้ามาเรียนในประเทศไทยในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นโรงเรียนของรัฐ ต่างก็ได้รับเงินอุดหนุนรายหัว และเงินอุดหนุนอาหารกลางวันเท่ากับเด็กไทย ขณะที่เด็กไทยเองแต่เรียนในโรงเรียนเอกชน กลับไม่ได้รับเงินอุดหนุนรายหัวและไม่ได้รับเงินอุดหนุนอาหารกลางวัน เท่ากับเด็กที่เรียนในโรงเรียนของรัฐ ขณะเดียวกันหากเป็นเด็กที่ไม่มีเลขประจำตัว 13 หลัก แม้จะอยู่ในประเทศไทยมานาน แต่ถ้าเรียนโรงเรียนเอกชนก็จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนรายหัว เช่น ที่โรงเรียนลาซาลสังขละบุรี อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทย – เมียนมา ยังมีเด็กกว่า 100 คน ไม่ได้รับเงินอุดหนุนรายหัว เป็นต้น

นางกนกวรรณ กล่าวต่อว่า ตนได้ตรวจเยี่ยมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษากาญจนบุรี สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) แม้ว่าจะมีเครือข่ายที่เข้ามาสนับสนุนมาก แต่ในเรื่องของเทคโนโลยีนั้น มีหลายอย่างที่เริ่มไม่ทันสมัยและมีความชำรุดทรุดโทรมแล้ว จำต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัย นอกจากนี้ยังได้ไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบว่ามีความทันสมัยในการจัดการศึกษาทางไกลมาก ต้องหาทางบรูณาการและเชื่อมโยงการศึกษาเพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด

“ดิฉัน จะรวบรวมข้อมูลและสภาพปัญหาการจัดการศึกษา พร้อมทั้งข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการศึกษาเอกชน เสนอต่อ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามในเรื่องของการปรับเพิ่มงบประมาณนั้น ต้องดูอย่างรอบคอบ และในปีงบประมาณ 2563 คงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ทัน นอกจากนี้ครูเอกชนเรียกร้องอยากให้เรื่องสวัสดิการดูแลถึงครอบครัวครูด้วย คงต้องรอดูก่อนว่าหลังจากปรับเพิ่มเพดานการเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน จากไม่เกินคนละ 100,000 บาทต่อคนต่อปี เป็น 150,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 มกราคม 2563 นั้น หลังจากที่มีการเบิกจ่ายตามอัตราใหม่กันแล้ว ต้องใช้เงินกองทุนสงเคราะห์เพิ่มจากเดิมจำนวนเท่าไหร่ จึงจะตอบได้ว่ากองทุนนี้จะสามารถดูแลครอบครัวครูได้หรือไม่” นางกนกวรรณ กล่าว