
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ศาลาสตมานุสรณ์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กล่าวสัมโมทนียกถาในฐานะเป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมพระธรรมทูตรุ่นที่ 52/2559 ความว่า พระธรรมทูตไม่ได้เป็นได้เอง และไม่ได้เป็นกันง่ายๆ ต้องผ่านการอบรม แต่งตั้ง ขึ้นทะเบียน มีบัตรประจำตัว ดังนั้น ผู้ที่เป็นพระธรรมทูตต้องภูมิใจ และต้องตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของพระธรรมทูต เพราะพระธรรมทูตเปรียบเป็นผู้แทนพระศาสนา และเป็นผู้แทนของพระสงฆ์ทั่วสังฆมณฑล เพื่อไปประกาศศาสนธรรมตามหมู่บ้านต่างๆ ต้องดูให้เหมาะสมว่าคนในหมู่บ้านนั้นๆ มีความต้องการอย่างไร เราจะได้สอนให้ตรงกับความต้องการของเขา ซึ่งความต้องการของคนมีอยู่ 4 อย่าง คือ 1.รูป 2.เสียง 3.ความเศร้าหมอง และ 4.ธรรมะ อย่างไรก็ตาม ขอให้พระธรรมทูตสังวร และระวังในเรื่องศีลให้มาก พยายามรักษาศีลให้ดีไว้ คือ ทำกายให้เรียบร้อย ทำวาจาให้ไพเราะ และสอนโยมให้รักษาศีล 5 โยมจะได้อยู่เย็นเป็นสุขทั้งตนเอง และบ้านเมือง

นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า การอบรมพระธรรมทูตครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 11-25 มิถุนายน รวม 15 วัน เป็นการอบรมพระธรรมทูตที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ เตรียมความพร้อมในการออกไปปฏิบัติหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาทั่วประเทศ ปีนี้กำหนดอัตราพระธรรมทูตไว้ 200 รูป แบ่งเป็น 9 สาย ซึ่งแต่ละสายได้ร่วมกับศูนย์งานพระธรรมทูตจังหวัด และหน่วยกำกับพระธรรมทูตอำเภอ คัดเลือกพระภิกษุผู้มีความเหมาะสม ปฏิบัติหน้าที่ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยพระธรรมทูตที่เข้าฝึกอบรมต้องมีความรู้ระดับนักธรรมชั้นเอกขึ้นไป สำหรับผู้ผ่านการฝึกอบรมแล้ว จะได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นพระธรรมทูตประจำการ มีชื่อเรียกว่า “พระธรรมทูตประจำหน่วยปฏิบัติการงานพระธรรมทูตอำเภอ”

