
น.ส.นิภา มิลินทวิสมัย นักวิจัยจากภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยว่า ได้ค้นพบยีสต์สายพันธุ์ใหม่ที่มีความสามารถผลิตเอทานอลได้สูงที่สุด เมื่อทดลองเปรียบเทียบในกลุ่มยีสต์ที่ผลิตเอทานอลได้ในระดับสูงด้วยกัน และได้รับการขึ้นทะเบียนเชื้อจุลชีพในชื่อว่า Saccharomyces cerevisiae KKU 6M4.1 หรือเรียกว่ายีสต์สายพันธุ์ มข.นอกจากจะมีคุณสมบัติในการผลิตเอทานอลได้สูง เจริญได้อย่างรวดเร็ว เจริญดีในอาหารที่ใช้เลี้ยงยีสต์ที่มีสภาพความเป็นกรดด่างในช่วงกว้าง (ค่า pH 5-8) และยังทนต่อไบโอไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ใช้ยับยั้งจุลินทรีย์ในกระบวนการผลิตน้ำตาล และปนมากับกากน้ำตาล หรือโมลาส ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล

น.ส.นิภากล่าวอีกว่า เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมผลิตเอทานอลโดยทั่วไปในประเทศไทย จะนำเข้าเทคโนโลยีการผลิตเอทานอลพร้อมยีสต์จากต่างประเทศ จึงยังไม่มีการผลิตยีสต์เชิงอุตสาหกรรมใช้เองภายในประเทศ เพื่อขยายผลงานวิจัยสู่ระดับอุตสาหกรรมการผลิตเอทานอล คณะนักวิจัยฯ จึงได้นำเสนอประสิทธิภาพของยีสต์สายพันธุ์ KKU 6M4.1 ยีสต์สายพันธุ์ มข.แก่ บริษัท ขอนแก่นแอลกอฮอล์ จำกัด ซึ่งให้ความสนใจ และไว้วางใจให้ดำเนินการวิจัย และทดสอบยีสต์สายพันธุ์นี้ในระดับอุตสาหกรรมในโรงงานของบริษัทฯ ได้ ภายใต้ข้อตกลงการใช้ตัวอย่างวัตถุจากงานวิจัย หรือ MTA (Material Transfer Agreement) ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 ซึ่งผลการศึกษาในระดับโรงงานอุตสาหกรรม พบว่ายีสต์สายพันธุ์นี้มีประสิทธิภาพการผลิตเอทานอลสูงกว่ายีสต์ที่โรงงานใช้อยู่เดิม โดยคำนวณตั้งแต่กระบวนการใช้กากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบ การผลิตเชื้อยีสต์ และกระบวนการหมักจนถึงกระบวนการกลั่นเอทานอล ได้ประสิทธิภาพผลผลิต หรือเปอร์เซ็นต์ yield efficiency สูงกว่าประมาณ 6.4 เปอร์เซ็นต์ จากกำลังการผลิตของโรงงาน 150,000 ลิตรต่อวัน

“นอกจากนี้ คณะนักวิจัยฯ ยังได้วิจัยสารสกัดจากยีสต์สายพันธุ์ มข.ซึ่งสามารถใช้ผลิตเป็นอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์อาหาร หรือเครื่องสำอาง และสารสกัดจากผนังเซลล์ของยีสต์ อุดมไปด้วยเบต้ากลูแคน เป็นสารประเภทโพลีแซคคาไรด์ ซึ่งมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะคุณสมบัติเด่นในการกระตุ้นภูมิต้านทานของร่างกาย” น.ส.นิภากล่าว

