‘ธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน’ ถึงวัดพระมหามัยมุนี ‘เชียงตุง’ ชาวรัฐฉานยินดี ร่วมต้อนรับแน่น

17.10.19 | 19:00 น.

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศกิจกรรมของคณะธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขงครั้งที่ 2 ซึ่งเดินทางออกจากจังหวัดท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน ประเทศเมียนมา เพื่อเดินทางต่อไปยังวัดพระมหามัยมุนี จังหวัดเชียงตุง ด้วยระยะทาง 150 กม. ใช้เวลา 3 ชม. 30 นาที โดยผู้ร่วมเดินทางประกอบด้วยพระสงฆ์ 5 ประเทศ และคณะจากสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย นำโดย พระธรรมวรนายก อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา พระเมธีวรญาณ (พระมหาสายเพชร วรเมธี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ กรุงเทพฯ นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานชมรมฯ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย, นายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการฯ, นายคินฉ่วย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมโพธิคยา หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศเมียนมา, นายจันทวง เสนีมาดมนตรี รองประธานแนวลาวสร้างชาติ, นายเขียว กันนะฤทธิ์ รมว.กระทรวงข่าวสาร กัมพูชา,นายเกษม มูลจันทร รองเลขาธิการฯ, นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กัมพูชา กรรมการฝ่ายต่างประเทศ สถาบันฯ, นายสุรพล มณีพงษ์ กรรมการฯ นายพรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว อดีตรองประธานศาลฎีกา, นายสุรพล มณีพงศ์ อดีตทูตประจำกระทรวง รองเลขาธิการฯ, นายแพทย์ มณฑล ตรีรัตน์ตระกูล ที่ปรึกษาฯ, นางสาวคมคาย อุดรพิมพ์ นายก อบจ.มหาสารคาม, นิวัตน์ แจ้งอริยวงศ์ ที่ปรึกษาชมรมฯ  สำหรับคณะสงฆ์มาจากประเทศไทย 16 รูป กัมพูชา 10 รูป, เมียนมา 10 รูป สปป.ลาว 10 รูป และเวียดนาม 10 รูป โดยมีการจัดพิธีใส่บาตร ที่วัดพระมหามัยมุนี โดยมีชาวเชียงตุงจำนวนมากร่วมพิธี

นายออง ตาน หม่อง รัฐมนตรีกลุ่มชาติพันธุ์รัฐฉานซึ่งกำกับดูแลพุทธศาสนา กล่าวว่า มีการให้อิสระในการนับถือศาสนากับชาวเมียนมา โดย 90 % นับถือพุทธศาสนา นอกจากนั้นนับถือศาสนาฮินดู อิสลาม และคริสต์แต่ไม่มีความขัดแย้งกัน

“รัฐฉาน มี 33 ชนเผ่า โดยในเมืองเชียงตุงมี 14 ชนเผ่า ในฐานะที่กำกับดูแลกรมศาสนา มีความยินดีที่ได้ต้อนรับขบวนธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขงซึ่งโครงการนี้ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม จึงรู้สึกเป็นเกียรติที่มาเยือนเมียนมาเป็นประเทศแรก” นายออง ตาน หม่องกล่าว

นายแสง ทิพ หลง รัฐมนตรีกระทรวงไฟฟ้าและอุตสาหกรรม กล่าวว่า โครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ทำให้ชาวพุทธเกิดการรวมตัวกัน ในชีวิตกว่า 50 ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นกิจกรรมธรรมยาตราเช่นนี้มาก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อเมียนมาเข้าสู่ประชาธิปไตย ก็ได้เห็นความร่วมมือของ 5 ประเทศรวมตัวกันโดยอาศัยพุทธศาสนาเชื่อมความสัมพันธ์ โดยคนเชียงตุงมีความเชื่อว่าหากสักการะพระมหามัยมุนี จะได้เดินทางกลับมาที่เชียงตุงอีก

Advertisement

ดร.คิน ฉ่วย ประธานสมาพันธ์พุทธเถรวาทแห่งเมียนมา กล่าวว่า ศาสนาพุทธในเมียนมา มีความสำคัญมาก โดยส่วนใหญ่ชาวเมียนมานับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท อย่างไรก็ตาม หลังจากเมียนมาได้รับเอกราช มีจำนวนผู้นับถือศาสนาพุทธน้อยลง เช่นเดียวกับจำนวนพระสงฆ์ซึ่งลดลงจากในอดีต โดยปัจจุบันมีจำนวน 5 แสนรูป ตนจึงก่อตั้ง “สหพันธ์พุทธเถรวาทเมียนมา” ขึ้นใน ค.ศ.1947 แต่ต่อมาต้องยุติกิจกรรมลงในปี 1962 ด้วยเหตุผลทางการเมือง จนกระทั่ง ค.ศ. 2008 สหพันธ์พุทธเถรวาทเมียนมาจึงได้กลับมาทำกิจกรรมด้านพุทธศาสนาอีกครั้ง กระทั่งเมื่อมีการนับถือพุทธศาสนานิกายมหายานในเมียนมา จึงร่วมกันก่อตั้ง Asian Budhist Community หรือ ABC ร่วมกับ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย และมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สำหรับเป้าหมายในอนาคตจะขับเคลื่อน พุทธศาสนาสู่ระดับโลก โดยอาศัยความร่วมมือจากประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกิจกรรมต่อไปคือ การปลูกหน่อพระศรีมหาโพธิ์ ณ พื้นที่ซึ่งจะทำการก่อสร้างโรงเรียนหัวข่วงปริยัติธรรม แห่งที่ 2 เมืองเชียงตุง โดยเป็นการขยายเพิ่มเติมจากโรงเรียนหัวข่วงปริยัติธรรมแห่งแรก จึงมีการอัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จากพุทธคยา ประเทศอินเดียมาปลูก เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างโรงเรียนแห่งที่ 2 นี้ และแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนของสถาบันโพธิคยาวิชชาลัยที่จะส่งเสริมการศึกษาพระธรรมและเผยแผ่ให้ยั่งยืนสืบไป