เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม นายสุรัตน์ สกุลคู นักศึกษาปริญญาโท สาขาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยกับ “มติชน” ถึงการค้นพบข้อมูลจากการค้นคว้าเอกสารในระบบออนไลน์ของ “ห้องเอกสารอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ” (AAB.), Souvenirs de Pallegoix, แฟ้มเอกสารพระสังฆราชปาเลอกัวซ์ และ “ห้องเอกสารคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส, ประเทศสยาม” แฟ้มเอกสารหมายเลข 890 รายงานประจำปีขององค์กรช่วยเหลือเด็ก (Anales de Saint Enfance) 1856-1857 ซึ่งทำให้พบรายละเอียดเกี่ยวกับเด็กชาย 2 คนในภาพถ่ายร่วมกับสังฆราชปาเลอกัวซ์ ซึ่งทราบต่อมาว่า ชื่อเด็กชายแก้ว และเด็กชายชม ถ่ายไว้เมื่อ พ.ศ.2397

“วันที่ 24 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันเกิดของพระสังฆราชปาเลอกัวซ์ (Jean Baptist Pallegoix) ซึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่นักประวัติศาสตร์เป็นอย่างดี แต่กลับเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อที่มีการศึกษาเรื่องราวของอดีตประมุขมิสซังสยามท่านนี้ไว้น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับผู้นำคริสต์ศาสนาท่านอื่นๆ ที่เข้ามาเผยแพร่คำสอนในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ค้นคว้าเรื่องราวของบาทหลวงผู้นี้อย่างจริงจัง ยิ่งรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเขาวงกตชนิดที่คลำหาทางออกไม่เจอ หลักฐานจำนวนมากไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นวัตถุแห่งการศึกษา เอกสารบางอย่างอยู่ในหอสมุดแห่งชาติ หอจดหมายเหตุในประเทศฝรั่งเศส และหอสมุดวาติกัน” นายสุรัตน์ กล่าว
นายสุรัตน์กล่าวว่า สำหรับภาพถ่ายที่มีเด็กผู้ชาย 2 คนยืนเคียงข้างกับท่านบาทหลวงปาเลอกัวซ์ เด็กหนุ่มที่อยู่ทางซ้ายมือชื่อ “แก้ว” เป็นชาวสยาม ส่วนอีกคนมีชื่อว่า “ยอแซฟ ชม” เป็นชาวญวน สันนิษฐานว่าครอบครัวของเขาหนีอพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร พร้อมกับคณะสอนศาสนาฝรั่งเศส และอาศัยอยู่บริเวณบ้านญวน แก้ว และชม ร่วมเดินทางไปฝรั่งเศสกับท่านบาทหลวงปาเลอกัวซ์ โดยออกเดินทางจากกกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2395

นายสุรัตน์กล่าวต่อว่า หลักฐานสำคัญเกี่ยวกับเด็กชายทั้ง 2 คน มาจากการบันทึกของคุณพ่อยัง-เทฟาน เวนาร์ด (Jean-Thphane Vnard) ปรากฏในเอกสาร “Lettre choisies du Bienheureux” โดยได้พรรณาถึงท่านปาเลอกัวซ์ด้วยความชื่นชม และระบุด้วยว่า ท่านพาเด็กไทยกับเด็กญวนมาฝรั่งเศสด้วย เด็กทั้ง 2 คน เป็นหนึ่งในบรรดาลูกศิษย์ของท่าน ทั้ง 2 คน จะไปเรียนต่อด้านเทววิทยาที่บ้านเณรใหญ่ปีนัง ซึ่งเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของมาเลเซีย ไม่เพียงเท่านั้น ยังพรรณาถึงเด็กชายทั้ง 2 คน ด้วยความสะดุดตาต่อเครื่องแต่งกายพื้นเมืองจากดินแดนตะวันออกไกล ความตอนหนึ่งว่า
“เด็กทั้งสองอยู่กับเรานานพอสมควร เด็กไทยอายุ 11 ปี ส่วนเด็กญวนอายุ 14 ปี พวกเขาฉลาดพอสมควร หรือฉลาดพอๆ กับเด็กฝรั่งเศส พวกเขามีบุคลิกเรียบง่าย ซื่อๆ ตั้งแต่วันที่สองที่เดินทางมาถึง เด็กทั้ง 2 คน สามารถทำให้เราเข้าใจด้วยท่าทาง และภาษาฝรั่งเศสบางคำที่เรียนรู้ และพยายามพูดซ้ำไปซ้ำมาบ่อยๆ
สามสัปดาห์ต่อมา เราสามารถสนทนากับพวกเขาได้ เด็กสยามตัดผมสั้น ไว้จุกกลางกระหม่อม มีปิ่นปักตรงกลาง คาดสายสะพายทำด้วยผ้าฝ้ายสีแปลกๆ และมีผ้าอีกผืนหนึ่งคาดเหมือนเข็มขัดรอบเอวเหนือสะโพก เครื่องแต่งกายในลักษณะนี้พบในสยามเท่านั้น ขณะเข้าร่วมพิธี เขาสวมเสื้อที่ทำจากผ้าฝ้ายสีต่างจากเครื่องแต่งกายด้านใน คาดผ้าสไบเหนือไหล่ซ้ายห้อยลงมาจนถึงเข็มขัด สวมสร้อย และเหรียญที่คอ สวมกำไล แขนเข้าชัดกัน ทำให้ข้าพเจ้าประทับใจมาก ข้าพเจ้าไม่เคยลืมถุงเล็กๆ ของเด็กคนนี้ ถุงนี้ผูกติดกับผ้าคาดเอวด้วยเชือกเส้นหนึ่ง ในถุงบรรจุหินเหล็กไฟ ยาสูบ และของเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ใช้ประจำ ขา และเท้าว่างเปล่าไม่สวมอะไรเลย
ส่วนเด็กญวนสวมกางเกงตัวใหญ่ที่ทำจากผ้าฝ้าย สวมเสื้อผ้าชาย เสื้อผ้าข้าง ที่เข็มขัดมีเชือกร้อยผูกถุงเล็กๆ ไว้เช่นกัน ไม่สวมถุงเท้า แต่สวมรองเท้าเหมือนรองเท้าแตะที่มีพื้นรองเท้าขนาดใหญ่ ศีรษะโพกผ้าเหมือนแขก อย่างที่ทราบกันกันดีว่าเครื่องแต่งกายของเด็กญวนนั้น ไม่ฟุ่มเฟือยนัก ….’
นายสุรัตน์กล่าวว่า เรื่องราวของเด็กชายชมนั้น ไม่มีบันทึก หรือหลักฐานใดกล่าวถึงอีกเลยนับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่กลับพบหลักฐานที่กล่าวถึงเด็กชายแก้ว ซึ่งตนจะเขียนบทความเผยแพร่โดยละเอียดต่อไป

