‘กลุ่ม Save BCC’ สวมชุดดำร่วมชุมนุม เหตุไม่พอใจผลสอบปลดอดีต ผอ.ร.ร.กรุงเทพคริสเตียนฯ-ไล่ผู้จัดการโรงเรียน (ชมคลิป)

28.10.19 | 15:51 น.

‘กลุ่ม Save BCC’ สวมชุดดำร่วมชุมนุม เหตุไม่พอใจผลสอบปลดอดีต ผอ.ร.ร.กรุงเทพคริสเตียนฯ-ไล่ผู้จัดการโรงเรียน

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มองค์กร Save BCC ประกอบด้วยเครือข่ายผู้ปกครอง และศิษย์เก่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ได้สวมชุดดำเดินทางมารวมตัวกันตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อทวงถามความเป็นธรรม กรณีคณะกรรมการสภาคริสตจักรในประเทศไทย มีการสอบสวนและสั่งปลดนายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน และไล่นายวัชรพงษ์ อภิญญานุรังสี ผู้จัดการโรงเรียนออก พร้อมแต่งตั้งผู้บริหารโรงเรียนชุดใหม่ จากปมการจัดซื้อที่ดินและกิจการของ โรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษา หรือ โรงเรียนบึงกาฬคริสเตียน นั้นอาจขัดต่อระเบียบข้อบังคับการบริหารหน่วยงานและสถาบันของสภาคริสตจักรในประเทศไทย และมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ค.ศ. 2009 และหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างของสภาคริสตจักรในประเทศไทย และมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ค.ศ. 2016 เนื่องจากการตั้งคณะกรรมการสอบสวนและผลคำตัดสินไม่มีความเป็นธรรม และผู้บริหารโรงเรียนและสภาคริสตจักรฯ ไม่เคยรับฟังใดๆ และการแต่งตั้งผู้บริหารเข้ามาใหม่อาจมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นายสุรินทร์ อนุชิราชีวะ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการโรงเรียน ได้ลงมาพบกับกลุ่ม Save BCC เพื่อเชิญกลุ่มเครือข่ายขึ้นไปหารือบนห้องประชุม แต่ทางกลุ่มไม่รับฟัง พร้อมตะโกนขับไล่ให้ออกไป หลังจากนั้นเริ่มมีนักเรียนออกมาร่วมขับไล่ด้วย พร้อมกับชูป้ายข้อความต่างๆ เช่น SaveBCC ไม่เอาคนเลว ขี้โกง เป็นต้น

นายชัชวีร์ ชีวีวัฒน์ ศิษย์เก่าโรงเรียน รุ่น 136 และผู้ปกครองนักเรียนรุ่น 173 กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราเคยออกมาเรียกร้องแล้ว แต่ทางคณะกรรมการบริหารโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ และสภาคริสตจักรฯ ก็ใช้วิธีเดิม คือ เงียบ คิดว่าระยะเวลาจะทำให้กลุ่มคนจำนวนมากทั้งศิษย์เก่าและผู้ปกครองสลายตัวไปเอง แต่วิธีการแบบนี้ดูไม่ค่อยดี และสุดท้ายช่วงปิดเทอมก็มีผลการสอบสวนออกมาวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งการปลดนายศุภกิจ และไล่ออกนายวัชรพงษ์ ซึ่งเป็นผู้นำการศึกษาและผู้ปกครองไว้ใจ เมื่อเราอ่านผลสอบสวนแล้วรู้สึกไม่เป็นธรรม เพราะเราค้านมาตลอด เนื่องจากคณะกรรมการสอบสวนที่ตั้งมา เป็นการกล่าวหาเองและสอบสวนเอง เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนก็ไม่เปลี่ยน ผลการสอบสวนจึงออกมาแบบนี้ วันนี้คงไม่เรียกร้องให้เปลี่ยนคณะกรรมการสอบสวนแล้ว เพราะข้ามขั้นตอนไปสู่ผลการปลดและไล่ออกแล้ว จึงมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ทั้งคณะกรรมการบริหารโรงเรียน และผู้บริหารมูลนิธิสภาคริสตจักรฯ ออกมาแสดงความรับผิดชอบ

“มีคนเดือดร้อนขนาดนี้ ออกมาประท้วงกันขนาดนี้ เป็นครั้งแรกที่มีการไม่จ่ายค่าเทอม ขณะนี้มีผู้ปกครองจ่ายค่าเทอมไม่ถึง 17% ก็ต้องพิจารณาผลงานตัวเองได้แล้ว โดยขอให้ลาออก ถ้าไม่ลาออกก็ต้องปลด ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเรามีการไปยื่นคัดค้านการแต่งตั้ง นายบรรจง ชมภูวงศ์ มาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนคนใหม่ ต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และยื่นให้กรมการปกครอง ซึ่งเป็นนายทะเบียนมูลนิธิ ให้ตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลการใช้เงินผิดประเภท โดยขอให้ตรวจสอบและถอดถอนกรรมการมูลนิธิสภาคริสตจักรฯ ส่วนเรื่องการตรวจสอบการจัดซื้อที่ดินก็ต้องมาว่ากัน อาจต้องตั้งสอบใหม่เพื่อให้ความเป็นธรรมจริงๆ” นายชัชวีร์ กล่าว

นายชัชวีร์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ออกมาเรียกร้องกันเพียง 40% ซึ่งหากยังไม่จบหรือทำตามข้อเรียกร้องก็จะมีการออกมาชุมนุมกันอีก โดยวันนี้ได้มีการยื่นหนังสือถึง น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.เขตบางรัก ซึ่งเดินทางมารับหนังสือด้วยตัวเอง และจะมีการประสานเดินทางไปยื่นหนังสือถึง ส.ส.ที่เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนอีก 5 ท่านในวันที่ 29 ตุลาคมด้วย รวมถึงนัดหมายสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไปยื่นหนังสือจากเด็กทั้ง 12 ชั้นปีและผู้ปกครองที่เดือดร้อน และยื่นหนังสือที่ สช.ที่ดูแลโดยตรง หากวันนี้ไม่ได้คำตอบ ก็ทำใจไว้แล้วที่ต้องหยุดเรียน

Advertisement

ด้านนายสมโภชน์ ทรงพิพัฒน์ ศิษย์เก่าโรงเรียน รุ่นที่ 135 กล่าวว่า ทราบว่ามีการเรียกประชุมครู และมีครูเดินออกจากห้องประชุมไป เพราะมีการไปพูดลักษณะข่มขู่ครู ใครเป็นผู้นำแสดงความคิดเห็นจะปลดออกทั้งหมด ถ้าเด็กไม่สามารถเรียนได้ ครูกล้ำกลืนฝืนทนถูกบังคับออกความเห็นแล้วคาดโทษ แบบนี้คงไม่ใช่โรงเรียนสอนให้มีภาวะผู้นำอยู่แล้ว แล้วผู้บริหารที่มาใหม่ เคยอยู่โรงเรียนเดิมที่ทำเด็กลดลงจาก 6 พันคน เหลือ 3 พันคน เลยมองว่าการเข้ามายัง โรงเรียนแห่งนี้ที่มีมูลค่าสูง มองว่าอาจมาเพื่อผลประโยชน์หรือไม่ ทั้งนี้ นายศุภกิจฝากข้อความมาบอกว่า มีการเสนอให้นายศุภกิจกลับมา โรงเรียนได้ ขอให้ยอมรับความผิด ซึ่งนายศุภกิจย้ำว่า ไม่มีวันยอมรับความผิดที่ตนไม่ได้ก่อนเพื่อแลกกับตำแหน่ง