เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม นายธนชน มุทาพร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ชัยภูมิ เขต 1 ในฐานะประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย (ชร.ผอ.สพท.) เปิดเผยว่า หลังจากบุคลากรในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ได้แต่งดำพร้อมกันเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการคัดค้านการปรับโครงสร้าง ศธ.จากนั้นจะรอฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาจากนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทั้งนี้ ศธ.เป็นกระทรวงใหญ่ ไม่อยากให้ใช้ระบบการบริหารงานเป็นแบบซิงเกิลคอมมานด์ รวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง ที่สำคัญธรรมชาติการทำงานของ ศธ.ควรเป็นการกระจายอำนาจให้โรงเรียน และสถานศึกษา มีอำนาจพัฒนาตนเองได้ ส่วนโครงสร้างใหม่จะเป็นอย่างไรนั้น ส่วนตัวยังไม่แน่ใจ แต่อยากให้ผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่เป็นการตัดสินใจของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
นายธนชนกล่าวต่อว่า ได้นำเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ปรับแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ฉบับที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ยกร่างไว้ โดยในภาพรวมเห็นด้วย แต่ยังมีบางมาตราที่อยากให้ยกเลิก โดยเฉพาะกรณีการปรับโครงสร้างให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.และปลัด ศธ.เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการทุกตำแหน่งในกระทรวง และมีอำนาจในการออกคำสั่งปรับระบบภายในของ ศธ.ได้ ซึ่งประเด็นนี้อาจทำให้ง่ายต่อการบริหารงาน แต่ที่ผ่านมา สพท.เข็ดกับคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ออกมาแบบไม่มีการหารือกับส่วนที่เกี่ยวข้อง และไม่มีการกระจายอำนาจ ทำให้เกิดปัญหา โดยอยากให้สภาเข้ามามีส่วนร่วม เพราะโครงสร้างเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ จะเสนอให้ทบทวนร่าง พ.ร.บ.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยแยกงานบริหารบุคคลออกจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และคืนกลับมาให้ สพท.ดำเนินการเช่นเดิม เพื่อให้ กศจ.เข้ามาช่วยบูรณาการเชื่อโยงการศึกษาต่างๆ ให้กับ สพท.และบูรณาการทำงานร่วมกัน
“ขณะเดียวกันยังขอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่เกี่ยวข้อง และทำให้เกิดปัญหา ในส่วนของการปรับโครงสร้างการทำงานใน สพท.คงไว้เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา โดยในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ กลุ่มผู้คัดค้านกว่า 1,000 คน จะแต่งชุดดำ และเดินทางไปยื่นหนังสือต่อสภา เพื่อให้การดำเนินการเรื่องนี้เป็นรูปธรรมมากขึ้น หากยังไม่มีการแก้ไข จะหารือกับองค์กรครู เพราะการดำเนินการครั้งนี้ ดำเนินการในนามองค์กรครู ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งเท่าที่ทราบจะมีมาตรการยกระดับข้อเรียกร้องต่อไป” นายธนชน กล่าว
นายณัฏพล กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจกลุ่มผู้ประท้วงที่ต่อต้านการปรับโครงสร้างว่าทำเพื่ออะไร ทั้งที่ยังไม่ทราบว่าจะปรับส่วนใดบ้าง อีกทั้ง ตนยังไม่ได้ให้นโยบายคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.ว่าจะทำงานในแนวทางไหน และปรับในแนวทางใด แล้วทราบได้อย่างไรว่ามีผลกระทบกับผู้ที่ออกมาเรียกร้องอย่างไรบ้าง ส่วนที่มีผู้แชร์แผนผังโครงสร้าง ศธ.ใหม่นั้น ได้หารือนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ตรวจสอบว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง เพราะแชร์ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง อยากให้หยุดการแชร์ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม เพราะคณะกรรมการฯ ยังไม่มีข้อสรุป
“จริงๆ ผมกำลังดูว่าจะทำอย่างไร เพราะข้อมูลที่ออกมาไม่จริงเลย เป็นการปลุกระดม และสร้างความเสียหายให้ ศธ.ทั้งที่ความจริงแล้วกำลังดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้การทำงานของกลุ่มที่ออกมาเรียกร้องสะดวกขึ้น จึงอยากให้ยุติ เพราะเป้าหมายในการปรับโครงสร้าง เป็นอย่างที่ผมพูด ให้ไปดูการทำงานในเรื่องที่ทับซ้อน ผมพร้อมรับความคิดเห็นจากทุกฝ่าย แนวทางต่างๆ ก็ชัดเจนว่าจะเดินไปรูปแบบไหน เพียงแต่ต้องทำให้กระบวนการครบถ้วนสมบูรณ์ ทุกอย่างที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของเด็ก เยาวชน และองค์กรในระยะยาว เท่าที่ดูคนที่เคลื่อนไหว น่าจะเป็นคนที่ไม่ได้รับผลกระทบกับการปรับโครงสร้างด้วยซ้ำ ทั้งนี้ ไม่ยืนยันว่าจะปรับไปในแนวทางไหน เพราะต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องใน ศธ.ก่อน ส่วนตัวไม่อยากให้เป็นการเล่นการเมืองในกระทรวง แต่อาจเป็นไปได้ เพราะการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องทำให้เกิดความกังวล“ นายณัฏฐพลกล่าว

