เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะโพธิคยาวิชชาลัย จัดโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง จัดพิธีเปิดและเดินทางจากประเทศไทยที่จ.เชียงราย เมื่อ 16 ต.ค. เข้าไปยังเมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม และสุดท้ายคือกัมพูชา โดยจัดพิธีปิดโครงการธรรมยาตราและบวงสรวงใหญ่ ที่ปราสาทนครวัด จังหวัดเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา กิจกรรมในช่วงเช้าเริ่มจากปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์จากพุทธคยา อินเดีย บริเวณ วัดเทพโพธิวงศ์ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเทพวงศ์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และสมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

จากนั้นขบวนธรรมยาตรา 5 แผ่นดินตั้งขบวนเดินต่อไปยัง พระวิหารองค์เอกองค์จอม มอบ เสาธรรมจักรสัญลักษณ์แห่งการเคลื่อนกงล้อแห่งธรรมใน 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง ให้กับสมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัน โดยมีนายฮุน มานิต บุตรชายสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นผู้อัญเชิญเสาเสมาธรรมจักร และพิธีสงฆ์ ซึ่งมีพระ 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง รวมถึงพระสงฆ์กัมพูชากว่า 240 รูป นำโดยสมเด็จพระสังฆราชเทพวงศ์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา รับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนกัมพูชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิธีปิดจัดที่โรงแรมโซฟิเทล โภคีธารา เสียมราฐ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเทพวงศ์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์, พระสงฆ์ฝ่ายไทย มีพระธรรมโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล พระเมธีวรญาณ (สายเพชร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ และมีสมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นายสมอก กิ่งสะดา รองประธานศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ นายคินฉ่วย ประธานสมาพันธ์พุทธเถรวาทแห่งสหภาพเมียนมา พร้อมด้วยตัวแทนประธานสงฆ์และตัวแทนรัฐบาลอีก 4 ประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีฆราวาสฝ่ายไทย อาทิ นายวินัย วีระภุชงค์ ประธานมูลนิธิวีระภุชงค์ นายชัช ชลวร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานชมรมโพธิคยาฯ, นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานชมรม ฯ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เชียงราย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการชมรมฯ นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กัมพูชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพิธีปิดครั้งนี้ ได้จัดให้มีการบวงสรวงเพื่ออุทิศกุศลถวายดวงวิญญาณพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ ปราสาทนครวัด อันเป็นหมู่ปราสาทและศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพื้นที่ 1.6 ล้านตารางเมตร สร้างช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 เพื่ออุทิศถวายแด่พระวิษณุในศาสนาฮินดู ก่อนจะเปลี่ยนเป็นศาสนสถานในศาสนาพุทธ ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 ปราสาทนครวัดยังเป็นสัญลักษณ์ของราชอาณาจักรกัมพูขา ส่วนพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของกัมพูชา และเป็นยุคที่ พุทธศาสนา เจริญรุ่งเรืองมาก

สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัน เผยว่า รู้สึกดีใจที่ได้ต้อนรับคณะธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขงและเลือกเสียมราฐเป็นประเทศสุดท้ายในการปิดโครงการธรรมยาตรา ถือเป็นงานที่มีความสำคัญกับประเทศในลุ่มน้ำโขงโดยมีพุทธศาสนาเป็นตัวเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และงานปิดโครงการธรรมยาตราครั้งที่ 2 ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างสันติภาพให้กับประเทศในลุ่มน้ำโขง มีประโยชน์ในการเผยแผ่พุทธศาสนาให้กับพุทธศาสนิกชนให้คงอยู่สืบต่อไป
“โครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง เปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมความสัมพันธ์ในแต่ละประเทศที่ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งมิติด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว รวมถึงสายสัมพันธ์อันดีงาม ความซื่อสัตย์ ความเชื่อใจกัน ระหว่างประเทศทั้ง 5”
สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัน เผยอีกว่า หลังจากราชอาณาจักรกัมพูชาสงบสุขจากสงครามของเขมรแดง รัฐบาลได้ฟื้นฟูพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงที่อยู่ในสงครามของเขมรแดง มีระยะเวลาประมาณ 3 ปี 8 เดือน 20 วัน ทำให้ช่วงนั้นประชาชนในประเทศอยู่ในความมืดมน ความหวาดกลัว และพุทธศาสนาถูกทำลายลง ตั้งแต่มีการฟื้นฟูศาสนาพุทธที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนมีความเชื่อและความศรัทธาในพุทธศาสนาอีกครั้ง โดยประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนับถือศาสนาพุทธ

นายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย เผยว่า ตลอด 18 วันที่ผ่านมาของโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง เป็น 18 วันของความสุข 18 วันของความเชื่อ 18 วันของความหวัง ที่มุ่งหวังให้พุทธศาสนิกชนนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งตลอด 18 วันที่ผ่านมา ได้เห็นถึงพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนใน 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง และถือว่าโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ประสบความสำเร็จในการนำพุทธศาสนา เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ และเป็นประวัติศาสตร์ ที่ทั้ง 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง ได้ร่วมกันจาริกเผยแผ่พุทธศาสนา












