สช.ตีกลับร.ร.กรุงเทพคริสเตียนฯ จี้ทบทวนปลดอดีตผอ.ไม่ชอบกม.

31.10.19 | 15:34 น.

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายอรรถพล ตรึกตรอง รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ปัญหาภายในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงระหว่างการรับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้รับฟังข้อมูลจากกลุ่มผู้แทนผู้รับใบอนุญาตจัดตั้ง ส่วนวันที่ 31 ตุลาคม ได้พบและรับฟังข้อมูลจากทางกลุ่มศิษย์เก่าและผู้ปกครอง และอยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เบื้องต้นในส่วนของการถอดถอนผู้บริหารคนเก่า ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.ส่วนของนายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ อดีต ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จากเอกสารการยื่นถอดถอนที่ส่งมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) พบว่า ได้อ้างมติของสภาคริสตจักรในประเทศไทยในการยื่นถอดถอน แต่ทางกฎหมายผู้ที่มีอำนาจถอดถอนได้ คือ ผู้ได้รับใบอนุญาตฯ คือ คณะกรรมการมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทยที่เป็นผู้รับใบอนุญาตฯ จึงได้ยื่นต่อทางนิติกร เพื่อให้ส่งเรื่องคืนกลับไปยังผู้รับใบอนุญาตฯให้มีการทบทวนเรื่องการถอดถอนดังกล่าว

นายอรรถพล กล่าวว่า 2.ส่วนของ นายวัชรพงศ์ อภิญญานุรังสี อดีตผู้จัดการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ ตรงนี้เป็นเรื่องระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง เพราะตามกฎหมายโรงเรียนเอกชน ไม่ได้ครอบคลุมถึงส่วนนี้ ต่างจากส่วนของผู้อำนวยการโรงเรียนที่ยังมีเรื่องระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานของครู ดังนั้น จึงจะแจ้งกลับไปยังนายวัชรพงศ์ ผู้ร้องทุกข์ ให้ใช้สิทธิตามกฎหมายแรงงานว่าด้วยการจ้างในการเรียกร้องแทน สำหรับประเด็นการตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนคนใหม่นั้น ขณะนี้ สช.ยังไม่ได้ตอบยืนยันรับทราบ ก็จะแจ้งกลับไปเช่นกันว่า ถ้าคนเก่ายังไม่เรียบร้อย ยังไม่สะเด็ดน้ำ คนใหม่ก็ถือว่ายังไม่ชอบธรรม แต่ถามว่าปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ ก็สามารถทำได้ ตราบใดที่ยังไม่มีข้อยุติก็ทำหน้าที่ได้ แต่ตนจะมีหนังสือไป ถ้ามีหนังสือไปถึงเมื่อไรก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

“ทาง สช.ไม่มีอำนาจสั่งระงับอะไร แต่ให้ข้อสังเกตให้ผู้มีอำนาจของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ พิจารณาทบทวน โดยเฉพาะกรณีการถอดถอน ซึ่งการปฏิบัติทั้งหลาย ต้องปฏิบัติตามตราสารจัดตั้ง ซึ่งมีการเชื่อมโยงไปยังระเบียบบริหารของผู้รับอนุญาต และเชื่อมโยงข้อบังคับมูลนิธิฯ ด้วย ดังนั้น ระเบียบเหล่านี้จึงต้องถือเป็นส่วนหนึ่งของตราสารด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการร้องขอหลักฐานเพิ่มเติม เพราะมีเอกสารเกี่ยวข้องค่อนข้างเยอะ แต่เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้น การดำเนินการก็ไม่เป็นไปตามข้อบังคับบางส่วน แต่ยังให้รายละเอียดไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง เห็นแล้วว่าการปฏิบัติของมูลนิธิฯ ก็ขัดกับข้อบังคับที่กำหนด ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด” นายอรรถพล กล่าวและว่า เร็วๆ นี้จะมีการเชิญทั้งสองฝ่ายมาหารืออีกครั้ง ซึ่งคิดว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องหันหน้ามาคุยกัน แต่เท่าที่พูดคุยสองฝ่ายก็มีท่าทีอ่อนลง”นายอรรถพล กล่าว