เลาะรั้ว”นนทรี” ส่องเลือก”นายกสภาม.เกษตร” เสียงครหา กระหึ่ม!

14.06.16 | 16:08 น.

ใกล้วันที่ 16 มิถุนายน ที่คณะกรรมการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.)จะประชุมพิจารณากลั่นกรองผู้สมควรดำรงนั่ง”นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์”(มก.)เต็มที

เสียงสะท้อนใน”รั้วนนทรี”ดังกระหึ่ม! ทั้งจากกรรมการสภามก. คณาจารย์ นิสิตินักศึกษา

เพราะชื่อที่คาดว่าจะติดอยู่ในโผล้วน“บิ๊กเนม” อาทิ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล, ดร.ธีระ สูตะบุตร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,นายยุคล ลิ้มแหลมทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี

แต่ชื่อที่นอนมาแน่ คือ “รศ.วิโรจ อิ่มพิทักษ์” อดีตอธิการบดี ซึ่งขณะนี้ดำรงตำแหน่งนายกสภามก.อยู่ มีที่มาไม่ค่อยสง่างาม

เรื่องของเรื่องคือ เมื่อครั้ง รศ.วิโรจ นั่งเป็นอธิการบดีมก. เคยถูกร้องเรียนทุจริตการจัดงานมหากรรมพืชสวนโลก ปี 2549 ที่ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่
ป.ป.ช.ชี้มูลผิด และมีมติว่าเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง แล้วส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษ
แต่มก.ไม่สามารถดำเนินการทางวินัยได้ เพราะรศ.วิโรจ เกษียณก่อน เลยต้องยุติเรื่องไป

Advertisement

ถึงแม้นเจ้าตัวจะเกษียณไป แต่ความผิดวินัยนั้นอยู่อย่างถาวร เพราะปรากฎในเว็บไซต์ป.ป.ช.ตลอดไปไม่ใช่หรือ?

จึงเป็นที่มาของการขาดคุณสมบัติ นายกสภามหาวิทยาลัย ข้อ 6.4 ที่ต้องมีประวัติดีงาม เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางของสังคม และ ข้อ 7.8 เคยถูกลงโทษทางวินัยอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่?

เลยเป็นกระแสกังวลว่า นอกจาก “มหาวิทยาลัยเกษตรจะมีรักษาอธิการบดีแล้ว ยังรักษาการนายกสภามหาวิทยาลัย”อีกหรือ?

ถือว่าเป็นการโชคดีของรศ.วิโรจ ที่ได้นั่งนายกสภามก.ไป 1 ปี เพราะข้อบังคับมหาวิทยาลัยอันนี้เพิ่งคลอดสมัย รศ.วิโรจ เมื่อ 31 มีนาคม 2559 นี่เอง

ต้องจับตาดูว่า”ข้อบังคับ”อันนี้จะเป็นบ่วงรัด คนลงนามหรือไม่?

อีก”ปม”หนึ่งที่ยังเคลือบแคลงใจชาวลูกพิรุณทั้งหลาย คือ ประกาศสภามก. เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกสภามก. ที่ลงนามโดยรศ.วิโรจ เพิ่งประกาศใช้ครั้งแรก
มีการตั้งข้อสังเกตเข้าลักษณะ “ชงเอง กินเอง”หรือไม่

นั่นคือข้อบังคับมหาวิทยาลัยเดิม “ที่ประชุมคณบดี” ประกอบด้วย อธิการบดี รองอธิการบดี คณบดีแต่ละคณะ ผู้อำนวยการสถาบันต่างๆ รวม เกือบ 56 คน จะเป็นผู้พิจารณาผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกสภา-กรรมการสภา โดยรายชื่อดังกล่าวจะถูกเสนอมาจากแต่ละคณะ แต่ละสถาบันในมก.

ในอดีตจะมีชื่อผู้ได้รับเสนอเป็นนายกสภาโดยประมาณ 10 กว่ารายชื่อ และกรรมการสภา 70-80 กว่ารายชื่อ โดยรายชื่อเหล่านี้จะถูกส่งเข้ามาให้ที่ประชุมคณบดีพิจารณาเลือกว่าผู้ใดเหมาะสม เมื่อได้รายชื่อแล้วให้มหาวิทยาลัยดำเนินการ ส่งให้ สกอ. ดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไป

ต่อมาถึงยุค“รศ.วิโรจ”ได้เปลี่ยนระบบใหม่ โดยสภามหาวิทยาลุยชุดปัจจุบัน มีนายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นรศ.วิโรจ นั่นแหละ แต่งตั้ง“คณะกรรมการสรรหานายกสภามก.”ขึ้นมา 1 ชุด แล้วทำหน้าที่สรรหา”นายกสภามหาวิทยาลัย” (ที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายนนี้) โดยไม่จำเป็นต้องผ่านที่ประชุมคณบดีเช่นในอดีต จากนั้นนำชื่อของผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ส่งต่อ สกอ. เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไป

ที่สำคัญถ้า“สแกน”รายนามคณะกรรมการสรรหานายกสภามก. พบว่าล้วนเป็นหน้าเดิมที่มีรายนามอยู่ในกรรมการสภามก.ชุดปัจจุบันที่รศ.วิโรจนั่งเป็นนายกสภา

นั่นหมายความว่ากำลังให้”กรรมการสภาชุดเก่า”มาเลือก”กรรมการสภาชุดใหม่” นั่นเอง

ความแตกต่างรูปแบบใหม่ และเดิม คือ แบบใหม่ “คณะกรรมการสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกสภามก.”นี้มีเพียง 11 คน มีคณบดีมาจาก 3 คณะ คือวิทยาศาสตร์ ,ประมง และสิ่งแวดล้อม ขณะที่แบบเดิม มาจากที่“ประชุมคณบดี” ที่มีคณบดีทุกคณะในมก.จำนวน 30 คน และ 9 ผู้อำนวยการสถาบัน เข้าร่วม

ทั้งหมดนี้”ประชาคมลูกพิรุณ”ทั้งหลายต้องร่วมกันติดตาม ตรวจสอบ เพื่อให้เกิด”ธรรมาภิบาล”ในการบริหาร และไม่เกิด”สูญญากาศ”ที่จะพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของอาเซียน