หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา อายุน้อยร้อยฝ...

อายุน้อยร้อยฝันด้วย ‘สตาร์ทอัพ’

5.11.19 | 15:23 น.

ปัจจุบัน เทคโนโลยีก้าวเข้ามามีบทบาทต่อสังคมมากขึ้น ธุรกิจต่างๆ ย่อมต้องปรับตัวให้ทันตามยุคสมัย จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าโมเดลธุรกิจที่น่าจับตามองมากที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้น “สตาร์ทอัพ” (Startup) ซึ่งเป็นธุรกิจแนวใหม่ที่เกิดขึ้นจากการนำไอทีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น แอพพลิเคชันต่างๆ ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด และสร้างรายได้อย่างมหาศาล

ดิฉัน น.ส.ณัฏฐารีย์ ศรีวะปะ (สปาย) และ น.ส.กฤตพร ยงเกียรติพานิช (มดแดง) นักศึกษาสาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น เป็นคนรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่องสตาร์ทอัพ และได้รับประสบการณ์มากมายจากการเข้าร่วมแข่งขัน “Startup Thailand League 2019”

สปาย และเพื่อนๆ ในทีม เริ่มทำธุรกิจ Startup ด้านป้ายโฆษณาดิจิทัล ที่สามารถวิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลของผู้ที่เดินผ่าน หรือสนใจมองดูโฆษณา จำแนกตามเพศ และช่วงอายุได้

ส่วนมดแดง และทีม มีเพื่อนๆ พี่ๆ จากสาขาวิศวะคอมพิวเตอร์ และสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ เริ่มต้นทำธุรกิจ Startup ด้วยการร่วมกันพัฒนาแอพพลิเคชัน ONEKASET สำหรับเป็นสื่อกลางในการจับคู่ธุรกิจ ระหว่างนายทุนที่อยากมีผลผลิตทางการเกษตรเป็นของตัวเองกับเกษตรกร และเจ้าของที่ดินว่างเปล่ากับเกษตรกรที่ต้องการที่ดินในการทำการเกษตร ซึ่งจะช่วยในการสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ทุกฝ่าย

Advertisement

เราลงแข่งสตาร์ทอัพตั้งแต่ปี 2561 เพราะเคยได้ยินชื่อโครงการ แต่ไม่รู้เลยว่าสตาร์ทอัพคืออะไร จึงตัดสินใจเข้าแข่งขันเพื่อท้าทายความคิด และท้าทายตัวเราเอง ในปีแรกไม่ผ่านเข้ารอบระดับภาค เลยเข้าแข่งขันอีกครั้งในปี 2562 เพื่อทดสอบตัวเองว่าถ้าเริ่มต้นแข่งขันตั้งแต่แรก เราจะไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่ และอยากรู้ว่าประสบการณ์การแข่งขันระดับประเทศเป็นยังไง

หัวใจหลักของสตาร์ทอัพ คือไอเดีย และความกล้าที่จะลงมือทำ เพราะจุดแข็งของสตาร์ทอัพคือเป็นโมเดลธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้เราลองสิ่งใหม่ๆ ได้ตลอด ถึงไม่ประสบความสำเร็จ แต่อย่างน้อยก็ได้ลงมือทำ นอกจากนี้ การทำสตาร์ทอัพ สามารถหาเงินทุนได้จากความคิดสร้างสรรค์ของเราผ่านการ Pitching การที่ได้พาร์ทเนอร์ที่เป็นบริษัทมาช่วยสนับสนุน ทำให้ธุรกิจเติบโตได้รวดเร็วมากขึ้น ไม่เพียงแต่เรื่องเงินทุน แต่รวมถึงทรัพยากรอื่นๆ และเครือข่ายทางธุรกิจอีกด้วย ทำให้ได้เรียนรู้ และนำประสบการณ์ตรงนี้มาพัฒนาธุรกิจต่อไป

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการแข่งขัน คือการทำงานกันเป็นทีม บางครั้งก็เป็นคนไม่รู้จัก ในการแข่งขันต้องทำงานร่วมกับคณะวิศวะ และไอที จึงต้องปรับตัวเข้าหาคนอื่น และรับผิดชอบหน้าที่ในทีมของตัวเองให้ดีที่สุด การที่ต้องทำงานกับคนหลายรูปแบบนี้เอง ทำให้รู้จักโลกกว้างขึ้น เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากสายงานอื่นมากขึ้น เพราะต่างมีความถนัดคนละแบบ จึงต้องคอยซัพพอร์ตกันและกัน นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าทีมเวิร์คค่ะ

ในรั้วมหาวิทยาลัยการเรียนเป็นสิ่งสำคัญ แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือประสบการณ์ ถ้าเมื่อไหร่ที่มีโอกาส จงคว้าเอาไว้ นั่นแสดงให้เห็นว่าโลกภายนอกพัฒนาไปไกลถึงไหนแล้ว เราสามารถนำประสบการณ์ที่ได้มาพัฒนาตัวเองได้เหมือนกัน เพราะโลกเราไม่มีวันหยุดนิ่ง