เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กมว.เมื่อเร็วๆ นี้ เห็นชอบเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภาพิจารณาผู้ได้รับรางวัลครูภาษาไทย ครูภาษาฝรั่งเศส และครูที่สอนกลุ่มสาระดีเด่น เพื่อเข้ารับรางวัลในปี 2563 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบปรับหลักเกณฑ์ผู้ได้รับรางวัลคุรุสดุดี ซึ่งเดิมหลักเกณฑ์กำหนดว่าผู้ที่ได้รับรางวัลแล้ว ไม่สามารถยื่นขอเข้ารับรางวัลได้อีก โดยเปลี่ยนเป็นหากได้รับรางวัลนี้เกิน 10 ปีแล้ว มีสิทธิขอรับรางวัลใหม่ หากได้รับรางวัล เท่ากับคนเหล่านี้เป็นคุรุสดุดีเกียรติยศ ทั้งนี้ ผู้ที่มีประวัติถูกภาคทัณฑ์ ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท. )จะทำหน้าที่กลั่นกรอง และตัดชื่อออก ขณะเดียวกันจะเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภา ยกเลิกหลักสูตรหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู หรือ ป.บัณฑิต โดยจะมีหลักสูตรใหม่เข้ามาแทน ซึ่งเนื้อหาโครงสร้างไม่ต่างกับหลักสูตร ป.บัณฑิตมากนัก เพียงแต่เปลี่ยนวิธี ให้เรียนตามวิชาเอกที่แน่นอน และเน้นวิชาครูมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่ไม่ได้จบในสาขาคุรุศาสตร์ หรือศึกษาศาสตร์ แต่เรียนหลักสูตรนี้ มีความเป็นครู สามารถสอนได้ เมื่อสอนครบ 1 ปีจึงมีสิทธิสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
นายเอกชัยกล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังรับทราบหลักการมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพครู โดยจะเร่งทบทวนจรรยาบรรณวิชาชีพครูใหม่ และเร่งดำเนินการพิจารณาโทษครูที่ทำผิดจรรยาบรรณ ซึ่งยังค้างอยู่กว่า 800 เรื่อง โดยครูรายใดที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว มีความผิดวินัยกรณีไม่ร้ายแรงขั้นลหุโทษ จะพิจารณาให้จบเร็วขึ้น แต่หากมีความผิดกรณีที่เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ จะต้องลงโทษตามขั้นตอนให้จบสิ้น ทั้งนี้ ในอดีตการพิจารณาโทษทางวินัยครูไม่สามารถดำเนินการได้ทัน ช่วงที่ตนเข้ารับตำแหน่งประธาน กมว.มีคดีค้างอยู่ตั้งแต่ปี 2558 กว่า 900 เรื่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างไล่พิจารณา ซึ่งไล่อย่างไรก็ไม่สามารถดำเนินการได้ทัน ดังนั้น จึงต้องแยกประเภทของเรื่อง โดยปี 2561-2562 ยุติได้ 37 เรื่อง แบ่งเป็น ยกข้อกล่าวหา 12 ราย พักใช้ใบอนุญาตฯ 10 ราย เพิกถอนใบอนุญาตฯ 8 ราย และภาคทัณฑ์ 7 ราย สาเหตุการถูกภาคทัณฑ์ และถูกตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรมากที่สุด คือ การตีนักเรียนให้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงเกินกว่าเหตุ มีพฤติกรรมเสื่อมเสียต่อวิชาชีพ ส่วนการเพิกถอนใบอนุญาตฯ มาจากสาเหตุล่วงละเมิดทางเพศ และพักใช้ใบอนุญาตฯ มาจากการลงโทษนักเรียนที่เข้าข่ายการทำร้ายร่างกาย หรือจิตใจเด็ก กรณีชู้สาว และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
“แม้จะพิจารณาโทษทางวินัยครูอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีเรื่องใหม่ๆ ที่ร้องเรียนเข้ามา ซึ่งที่ประชุม กมว.ครั้งนี้ ได้หารือโทษทางวินัยครูกรณีชู้สาว และกรณีครูที่ขอรับใบอนุญาตฯ แต่เคยมีประวัติล่วงละเมิดทางเพศ แม้กระบวนการจะอยู่ในขั้นของการอุทธรณ์ แต่ที่ประชุมไม่อนุมัติ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่การสอบสอบด้านจรรยาบรรณทำได้ช้า เพราะต้องทำตามขั้นตอน ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงว่ามีมูลจริงหรือไม่ จึงจะสามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวน แล้วเสนอลงโทษได้ตามขั้นตอน” นายเอกชัย กล่าว
นายเอกชัยกล่าวอรกว่า ส่วนกรณีนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ซึ่งถูกฟ้องร้องกรณีหวย 30 ล้านบาทนั้น ได้ขอให้สำนักจรรยาบรรณ ติดตามความคืบหน้ากรณีฟ้องร้องว่า สิ้นสุดแล้วหรือยัง หากยังไม่สรุป ทางคุรุสภาไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้

