เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้า กรณีกลุ่มผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ผู้อำนวยการโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา คัดค้านร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … และการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า คณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ. ที่มีนายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประธาน ได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานไปหารือรูปแบบโครงสร้างที่เหมาะสมของตนเอง โดยในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตั้งคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างของ สพฐ. โดยมีนายอัมพร พินะสา รองเลขาธิการ กพฐ. เป็นประธาน พร้อมด้วยสมาคมผู้อำนวยการ สพท. ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู ซึ่งได้มีการหารือเบื้องต้น และเตรียมจะนำข้อเสนอที่ได้หารือในที่ประชุม ผู้อำนวยการ สพท.ทั่วประเทศ ในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้
“การปรับโครงสร้างในส่วนของ สพฐ. จะต้องวิเคราะห์ทั้งระบบ ซึ่งนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ให้การบ้าน ลดความซ้ำซ้อนการทำงาน สพฐ.รับหลักการนี้มาแล้ว และได้มีการพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. พิจารณาภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน ซึ่งคิดว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเท่าที่ดูมีงานที่ซ้ำซ้อนอยู่ เพียง 3-4 เรื่อง หนึ่งในนั้น คือ อำนาจการบริหารงานบุคคลตามมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ยังซ้ำซ้อน เป็นการใช้อำนาจไม่ถูกที่ ทั้งที่ควรเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาโดยตรง” นายอำนาจกล่าว
นายอัมพรกล่าวต่อว่า ตนได้ให้แต่ละหน่วยงานช่วยกันวิเคราะห์รูปแบบโครงสร้าง สพฐ.ที่เหมาะสม เริ่มจากโรงเรียน ว่ามีความคิดเห็นต่อโครงสร้างที่เป็นอยู่อย่างไร จากนั้นมาที่เขตพื้นที่ฯ มีความเห็นอย่างไรต่อโครงสร้างที่มีอยู่เดิมในปัจจุบัน บทบาทหน้าที่ในการกำกับดูแลโรงเรียนส่วนใดยังไม่คล่องตัว และยังไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงงานอื่นๆ ที่ทำร่วมกับศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เมื่อมีคำสั่ง ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ แล้ว การทำงานระหว่าง ศธจ.กับ สพท. มีส่วนใดที่ยังไม่ลงตัว เมื่อวิเคราะห์เสร็จแล้วจะนำข้อมูลที่ได้ มาออกแบบโครงสร้างใหม่ในส่วนของ สพฐ. โดยจะต้องตอบโจทย์คุณภาพผู้เรียนและยกระดับคุณภาพสถานศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ
“ที่ผ่านมาได้มีการออกแบบการสำรวจ และตั้งคำถามทั้งในระดับโรงเรียน เขตพื้นที่ฯ ภาคประชาสังคม คณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อไปหารือในที่ประชุมผู้อำนวยการ สพท. วันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ และนำความเห็นที่ได้มาออกแบบยกร่าง เมื่อได้โมเดลโครงสร้างที่เหมาะสมแล้วก็จะต้องจัดทำประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอให้บอร์ดโครงสร้างฯพิจารณา ส่วนที่ สพฐ.จะใหญ่ขึ้นเป็นทบวงหรือลดสถานะเหลือกรมนั้น เราไม่ได้มองเรื่องนั้น แต่จะมองว่าทำอย่างไร ให้การทำงานไม่ทับซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานอื่น หรือภารกิจใด ที่ สพฐ.จะเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุน การปรับครั้งนี้จะเอางานเป็นตัวหลัก แล้วโครงสร้างค่อยเป็นไปตามงาน เพื่อให้มีประสิทธิภาพ” นายอัมพรกล่าว

