ปธ.บริหารกรุงเทพคริสเตียนฯ แถลงการณ์แจง ชี้เร่งตรวจจัดซื้อจัดจ้างมูลค่ากว่า 120 ล.หลัง กก.บริหารฯ ยังไม่อนุมัติ

7.11.19 | 15:38 น.

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายวิศาล มหชวโรจน์ ประธานกรรมการบริหารโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตนได้ออกแถลงการณ์ถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ที่สนใจ เรื่องข้อเท็จจริงเบื้องต้น กรณีโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ ใจความว่า ตามที่มีข่าวเรื่องโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ ในช่วงระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา โรงเรียน และสภาคริสตจักรในประเทศไทย (ผู้รับใบอนุญาต) ได้อดทน และดำเนินการไปตามขั้นตอนภายในให้ดี ถูกต้อง และยุติธรรม เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลง แต่จนถึงวันนี้ กระบวนการก็ยังไม่สิ้นสุดลง จึงสมควรที่โรงเรียนจะเริ่มให้ข้อมูลแก่สาธารณชน เพื่อให้รับทราบข้อมูลได้ครบถ้วนมากขึ้นดังนี้ 1.โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ เป็นสถาบันหนึ่งในสังกัดมูลนิธิสภาคริสตจักรฯ รวมถึง โรงเรียน 28 แห่ง โรงพยาบาล 8 แห่งมหาวิทยาลัย 2 แห่ง และอื่นๆ โดยทุกสถาบันดำเนินการอยู่ภายใต้ธรรมนูญของสภาคริสตจักรฯ และระเบียบต่างๆ เดียวกัน

นายวิศาลกล่าวอีกว่า รวมถึง “ระเบียบข้อบังคับการบริหารหน่วยงาน และสถาบันของสภาคริสตจักรฯ และมูลนิธิแห่งสภาคริสปักรในประเทศไทย ค.ศ.2009” ซึ่งเป็นข้อบังคับการบริหารของหน่วยงาน และสถาบันมีขึ้น เพื่อวางกรอบการทำางานสถาบัน ให้การทำงานจะตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาล และในเวลาเดียวกัน ก็เป็นเกราะคุ้มกันการทำงานของบุคลากรว่าอยู่ในระบบอันถูกต้อง และเหมาะสมแล้ว และ “หลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างของสภาคริสตจักรฯ และมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ค.ศ.2016” ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์สำหรับใช้เพื่อจัดซื้อจัดจ้าง มีขึ้นเพื่อให้สถาบันจะได้รับประโยชน์สูงสุดในการจัดซื้อ และจัดจ้าง เพื่อการป้องกันความเสี่ยง โดยกำหนดให้มีการเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ ให้ตั้งคณะกรรมการช่วยพิจารณา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเพื่อคุ้มครองบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่ง
จ่าย และจัดซื้อจัดจ้าง ว่าได้ดำเนินการอย่างรัดกุม เหมาะสม และตามขั้นตอนแล้ว

นายวิศาลกล่าวต่อว่า ซึ่งธรรมนูญ และระเบียบเหล่านี้ หน่วยงานสถาบันจะได้รับการอบรมร่วมกันเป็นประจำ และหากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามกลับมายังมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรฯ ได้ หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจขณะปฏิบัติงานจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่หน่วยงาน และสถาบันทุกแห่งปฏิบัติกันมา

“เมื่อมีการปฏิบัติงานใดๆ ที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบ คณะกรรมการบริหารโรงเรียน จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ เพื่อตรวจสอบ และหาความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าการปฏิบัติที่ไม่ถูกระเบียบนั้นบกพร่องอย่างไร รุนแรงหรือไม่ หรือเจตนาเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นแนวทางปกติที่หน่วยงานเอกชน หรือแม้แต่หน่วยงานราชการ จะมีขั้นตอนภายในสำหรับตรวจสอบบุคลากรของตนเอง เช่น เมื่อมีการจัดซื้อจัดจ้างที่ขัดต่อระเบียบ ไม่มีการเปรียบเทียบราคากับผู้ผลิตหลายรายก่อนจัดซื้อ ไม่มีการตั้งกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง และตรวจรับ ไม่มีการสั่งจ่ายที่ตรวจสอบได้ แต่จ่ายเป็นเงินสดในจำนวนเงินที่สูงเกินกำหนดเป็นประจำ มีการแบ่งชำระเพื่อให้การเบิกจ่ายไม่เกินวงเงินที่สามารถอนุมัติได้ หรือมีการเบิกเงินสดย่อยเกินกำหนดเป็นจำนวนมาก เป็นต้น หากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ คณะกรรมการบริหารโรงเรียนฯ จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรผิดพลาดอย่างไร แก้ไขได้หรือไม่ เกิดความเสียหายหรือไม่ และต่อไปควรจะปรับปรุงแก้ไขอย่างไร ผู้ที่กระทำผิดคือใคร เจตนาหรือไม่ มีการเรียกผู้ถูกกล่าวหา และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูล และอื่นๆ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นขั้นตอนภายในหน่วยงานทั้งสิ้น” นายวิศาล กล่าว

นายวิศาลกล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากการดำเนินการทั้งหมดยังไม่สิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ ประกอบกับวงเงินที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบมีจำนวนรวมสูงมากกว่า 120 ล้านบาท ซึ่งยังไม่มีมติอนุมัติจากกรรมการบริหารโรงเรียน หรือมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรฯ ทำให้โรงเรียน และสภาคริสตจักรฯ จึงยังไม่สามารถเผยแพร่ข้อเท็จจริงอันเกี่ยวเนื่องกับเรื่องดังกล่าวได้ เพราะจะกระทบกระเทือนต่อผู้ถูกสอบสวน และความสงบเรียบร้อยของโรงเรียน และบุคลากรเอง ที่ผ่านมาโรงเรียน และสภาคริสตจักรฯ ได้อดทนอดกลั้นต่อข่าวที่ไม่ครบถ้วน และการสื่อสารเพื่อหวังเจตนาบางประการอย่างเสมอมา แต่โรงเรียน และสภาคริสตจักรฯ ขอยืนยันต่อผู้เกี่ยวข้องทุกคนว่า ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา การตัดสินใจ การเลือกปฏิบัติต่อผู้ถูกล่าวหา ได้ทำโดยมุ่งประโยชน์สูงสุดของนักเรียนเป็นสำคัญ โดยพยายามอดทน สุภาพ และไม่ตอบโต้ต่อคำกล่าวโทษว่าร้าย เพื่อให้กระทบกับนักเรียน บุคลากร และโรงเรียนให้น้อยที่สุด ซึ่งกลายเป็นว่ากลับถูกใช้ความเงียบกลับมาโจมตีมากขึ้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในสื่ออินเตอร์เน็ต และระหว่างการชุมนุม ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง

Advertisement

“ที่สำคัญ สถานการณ์ต่างๆ ก็กระทบกับการเรียนการสอนมากขึ้นเรื่อยๆ โรงเรียนเห็นว่าความขัดแย้งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และควรได้รับการแก้ไข แต่ก็ปรารถนาที่ให้ความขัดแย้งนั้น จะไม่กระทบต่อนักเรียน ต่อการเรียนการสอน อยู่ในรูปแบบ และลักษณะที่เหมาะสม เพื่อว่าวันหนึ่งเมื่อทุกคนมองกลับมา จะไม่เสียใจในบางสิ่งที่ได้ทำลงไป” นายวิศาล กล่าว

นายวิศาลกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีหลายสถาบัน ทั้งโรงเรียน และโรงพยาบาล ที่มีกระบวนการตรวจสอบลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้น มีทั้งผู้ถูกลงโทษตามข้อสมมติฐาน และตัดสินว่าไม่มีเจตนา และยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ แต่ไม่เคยมีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้น การตอบสนองของโรงเรียนฯ และสภาคริสตจักรฯ จึงไม่ทันการ และไม่ได้คาดหวังการตอบสนองในลักษณะนี้

“โรงเรียนขอเรียนผู้ปกครอง คณะครู บุคลากร ศิษย์ปัจจุบัน และศิษย์เก่าทุกๆ ท่าน ว่าโรงเรียนจะพยายามอย่างดีที่สุดในการให้การศึกษาแก่นักเรียนทุกคน พร้อมทั้งยังคงไว้ซึ่งสปิริต บีซีซี โดยมีความจงรักภักดี มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ และมีความรักสามัคคีต่อไป” นายวิศาล กล่าว