เอ็มดีทิพยฯ แจงเพิ่มเบี้ยประกันภัย ตามอายุผู้กู้ ช.พ.ค.-ไร้ส่วนลดเหตุต่อสัญญาแค่ 1 ปี

11.11.19 | 10:35 น.

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ รักษาการเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยกรณีผู้แทนสมาคมผู้อำนวยการ สกสค.ยื่นหนังสือร้องเรียน ขอให้ทบทวนการต่อประกันภัยเงินกู้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) กับทางบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากกรณีที่เบี้ยประกันภัยตามกรมธรรม์ของครูผู้กู้โครงการ ช.พ.ค.หมดอายุลง และต้องต่อประกันภัยเงินกู้ ช.พ.ค.โดยได้ต่อประกันภัยกับบริษัททิพยประกันภัย ออกไปอีกเป็นเวลา 1 ปี แต่ทางบริษัทกลับปรับราคาเบี้ยประกันสูงขึ้น สร้างความไม่พอใจ และความเดือดร้อนให้ครู ว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รับทราบปัญหานี้แล้ว เนื่องจากการขึ้นเบี้ยประกันภัยนี้ เป็นข้อตกลงที่มาก่อนตนเข้ารับหน้าที่เลขาธิการ สกสค.อย่างไรก็ตาม สกสค.ไม่นิ่งนอนใจจะเร่งแก้ไข ซึ่งตนจะหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องว่าอัตราเบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นเพราะอะไร และมาจากสาเหตุใด

นายดิศกุลกล่าวต่อว่า เบื้องต้นตนได้รับการอธิบายว่าในอดีตมีครูจำนวนมากทำประกันภัยเงินกู้ เมื่อมีครูทำประกันภัยจำนวนมาก เบี้ยประกันภัยจึงน้อยตามไปด้วย แต่ปัจจุบันนมีจำนวนครูที่ทำประกันภัยลดน้อยลง การเก็บเบี้ยประกันจึงเพิ่มขึ้นตามไป ทั้งนี้ อัตราเบี้ยประกันภัยใหม่ที่เรียกเก็บใหม่คือ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่อายุไม่เกิน 65 ปี มีอัตราเบี้ยประกัน จากเดิม 0.62% เป็น 0.84% ส่วนผู้กู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65-74 ปี จะคิดเพิ่มจาก 0.62% เป็น 1.176% และยังไม่รวมค่าอาการแสตมป์อีก 0.4% ที่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายเอง
“สกสค.จะเร่งเจรจากับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออก และทำให้ครูผู้กู้เงินในโครงการ ช.พ.ค.มีความสุข ทั้งนี้ ทุกการดำเนินการจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย จะต้องไม่ปล่อยเรื่องนี้ไว้นาน เพราะเป็นความทุกข์ของครู คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า จะส่งเรื่องขอนัดธนาคารออมสิน และบริษัทประกันภัย เข้ามาหารือร่วมกัน” นายดิศกุลกล่าว

นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดเก็บเบี้ยประกันล่วงหน้า 9 ปีนั้น บริษัทได้รับการพิจารณา และอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยผู้เอาประกันภัยได้รับส่วนลดสำหรับการทำประกันระยะยาวตั้งแต่แรก เบี้ยที่บริษัทคิดเป็นราคาเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย ขณะที่หากผู้เอาประกันภัยทำประกันภัยแบบรายปี เบี้ยจะถูกปรับเพิ่มตามอายุที่เพิ่มขึ้น และไม่ได้รับส่วนลดระยะยาว หากผู้กู้ชำระหนี้ครบก่อนกำหนด 9 ปี สามารถขอคืนเบี้ยส่วนที่ชำระไว้เกินได้ หรือหากชำระหนี้ยังไม่หมด สามารถต่ออายุกรมธรรม์ได้เช่นกัน แต่ผู้กู้ต้องมีอายุไม่เกิน 74 ปี สำหรับการต่ออายุประกันภัยในครั้งนี้ เป็นการต่อสัญญาประกันภัย 1 ปี เบี้ยประกันภัยที่เสนอเป็นเบี้ยประกันภัยในอัตราเดิม แต่จะไม่มีส่วนลดเบี้ยระยะยาว การปรับเบี้ยประกันภัยที่เพิ่มสำหรับผู้เอาประกันภัยที่มีอายุเกิน 65 ปี ปรับเพิ่มจากความเสี่ยงด้านอายุ และอัตรามรณะที่เพิ่มขึ้นจากการรับประกันภัยเมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา

“อัตราดอกเบี้ยประกันภัยตามกรมธรรม์ที่หมดอายุลง เป็นการทำประกันระยะยาว 9 ปี จะมีส่วนลดกรมธรรม์ระยะยาว แต่เป็นการต่อประกันภัยในครั้งนี้ เป็นการต่อสัญญาประกันภัย 1 ปี อีกทั้ง ผู้เอาประกันภัยในโครงการ ช.พ.ค.มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น 9 ปี บริษัทจึงต้องคิดอัตราเบี้ยประกันภัยปกติสำหรับกรมธรรม์รายปี สำหรับผู้เอาประกันภัยที่อายุเกิน 65 ปี มีอัตราดอกเบี้ยประกันภัย 0.84% และสำหรับผู้เอาประกันภัยที่อายุเกิน 65 ปี แต่ไม่เกิน 74 ปี มีอัตราเบี้ยประกันภัย 1.176% ซึ่งไม่รวมอากรแสตมป์ 0.4%” นายสมพรกล่าว

นายสมพรกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้ผ่อนคลายข้อกำหนดให้สมาชิกเยอะมาก โดยเงื่อนไขรับประกันให้แก่ข้าราชการครูทุกรายที่แจ้งความประสงค์ โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพผู้ที่เข้าร่วมโครงการครั้งแรก อายุต้องไม่เกิน 65 ปี เบี้ยประกันอัตราเดียวสำหรับทุกเพศ ทุกช่วงอายุ ที่ 620 บาทต่อปีต่อทุนประกัน 100,000 บาท ซึ่งคำนวณจากจำนวนเงินกู้ โดยได้ให้ส่วนลด และต่ำกว่าราคาตลาดประมาณ 15% แถมกรมธรรม์ยังให้ความคุ้มครองภัยจากอุบัติเหตุ และสุขภาพ รวมทั้งการเจ็บป่วยจากภาวะโรคร้ายแรง คือ ภาวะโรคหลอดเลือดสมอง ภาวะโคมา ภาวะระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ภาวะสมองตาย และระบบประสาทล้มเหลวด้วย ถือว่าผู้กู้ได้รับประโยชน์คุ้มมาก

Advertisement