‘ดิศกุล’ รับ สกสค.ปัญหาเพียบ เล็งงด ‘โบนัส-เลื่อนขั้น’ พนง.อค.

13.11.19 | 13:34 น.

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ รักษาการเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมประเด็นปัญหาและการทำงานต่างๆ มาดูรายละเอียด และดำเนินการต่อให้เกิดความต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น กรณีประกันชีวิตครู โครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ที่ระบบการเข้าถึงข้อมูลอาจจะยังไม่ดีพอ การส่งต่อข้อมูลระหว่างจังหวัดกับส่วนกลางล่าช้า ไม่เป็นปัจจุบัน ต้องปรับให้เข้าถึงง่าย เรียกดูเมื่อไรสามารถทำได้ทันที รวมถึงกรณีที่ สกสค. เจรจาให้ธนาคารออมสินคืนเงินจำนวน 9,600 ล้านบาท ที่หักจากเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการ ช.พ.ค. ชำระหนี้แทนผู้กู้ที่ค้างชำระเกิน 3 งวดขึ้นไป คืนให้กับ สกสค.ด้วย
“ผมพยายามจะทำงานให้ดีที่สุด แต่ยอมรับว่า ช่วงแรกอาจจะมีติดขัดบ้าง เพราะทีมบริหารทั้งรองเลขาธิการสกสค. ยังไม่ครบ ขณะเดียวกันยังได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้า (อค.) ของ สกสค. อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย ตรงนี้ถือเป็นงานหนัก ที่ค่อนข้างหนักใจ เพราะองค์การค้าฯ เป็นองค์กรที่ไม่ได้รับงบสนับสนุนจากรัฐบาล มีภาระหนี้สินมากกว่า 5 พันล้านบาท ต้องหาเงินมาจ่ายเงินเดือนพนักงานประมาณ เดือนละ 37 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ต้องหากันเดือนต่อเดือน ประกอบกับต้องหาเงินมาหมุนชำระหนี้ที่ทวงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รายได้หลัก ที่เข้ามาจากการรับจ้างพิมพ์หนังสือ ยังไม่เพียงพอ ทางแก้ไขเบื้องต้น คือต้องพยายามหารายได้เพิ่ม ซึ่งผมพยายามทำให้ดีที่สุด และจะเร่งเสนอให้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาผู้เหมาะสม มาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ และปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการ สกสค.ต่อไป” นายดิศกุลกล่าว
นายดิศกุลกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ สกสค. ทำหนังสือของบกลาง จำนวน 2,390 ล้านบาท เพื่อมาช่วยชำระหนี้องค์การค้าฯ ในช่วงที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ.นั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตอบกลับ คิดว่าคงไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ ดังนั้น ต้องหาทางหารายได้เพิ่มต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยเรื่องลดค่าใช้จ่ายของพนักงาน ทั้งลดค่าการทำงานล่วงเวลาของพนักงานหรือโอที พิจารณาปรับลดค่ารถรับส่งพนักงาน ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายต่อปีค่อนข้างมาก รวมถึงพูดคุยว่า ปีนี้อาจไม่มีเงินโบนัสและลดการเลื่อนขั้นเงินเดือนลงด้วย