เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เห็นชอบ อบรมพัฒนารองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) 304 ตำแหน่งและศึกษานิเทศก์ อีก 813 ตำแหน่ง ซึ่งประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่มีการชะลอการอบรมตามหลีกเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนด ทำให้ไม่สามารถบรรจุแต่งตั้งได้ ทั้งนี้การพัฒนามีเงื่อนไขการพัฒนาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนดให้มีการพัฒนาโดยสร้างองค์ความรู้ ตอบโจทย์การทำงานในพื้นที่ โดยจะต้องลงไปสัมผัสงานในตำแหน่งงานที่ได้รับคัดเลือกอย่างแท้จริง โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) เป็นผู้ดำเนินการ แบ่งเป็นการอบรมเป็น 2 ช่วงคือ อบรมก่อนบรรจุแต่งตั้งในเดือนธันวาคม เป็นการพัฒนาความรู้เชิงพื้นที่ในรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน หรือ Project-based Learning รับความรู้จากผู้บริหารและวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถ ประมาณ30% และเรียนรู้โดยการนำปัญหามาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน Problem-based learning หรือ PBL อีก 60% ส่วนอีก 10% เป็นการสรุปองค์ความรู้ ถอดบทเรียน รวมถึงพัฒนาหาบุคลิกภาพความเหมาะสมในการทำงานในแต่ละตำแหน่ง
นายอำนาจ กล่าวต่อว่า จากนั้นจะดำเนินการบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งหลังการบรรจุแล้วจะต้องได้รับการพัฒนาในรอบที่ 2 ซึ่งเป็นการการทำข้อตกลง ของผู้ได้รับการแต่งตั้ง ใน3 ส่วน คือ การพัฒนาภาษาอังกฤษ ซึ่งจะใช้ฐานความรู้ หรือแนวทางการวัดของ Collaborative Planning Forecasting and Replenishment หรือ CPFR การวัดความรู้ด้านดิจิทัล ในสถาบันที่ได้รับการรับรองระบบสากล รวมถึงต้องมีการต่อยอดองค์ความรู้ที่ได้รับ เป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่ก.ค.ศ.กำหนด สพฐ. หวังว่า การพัฒนาครั้งนี้จะเป็นการสร้างองค์ความรู้ และติดดาบให้กับรองผู้อำนวยการสพท. และศึกษานิเทศก์ ได้ลงไปทำงาน เป้าหมายเพื่อพัฒนาการศึกษา ซึ่งสพฐ. จะเร่งดำเนินการพัฒนาโดยเร็ว ต่อไป
“รองผู้อำนวยการสพท. และศึกษานิเทศก์ กลุ่มนี้สอบขึ้นบัญชีไว้นานแล้วตั้งแต่ช่วงที่นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เป็นเลขาธิการกพฐ. แต่รัฐมนตรีว่าการศธ. เห็นว่า การคัดเลือกในช่วงนั้น อาจจะยังขาดองค์ความรู้ในปัจจุบันและอนาคต ที่จำเป็นต้องใช้ในการพัฒนาการศึกษา ดังนั้นจึงให้สพฐ. เร่งพัฒนาให้มีความรู้ที่เหมาะสม ซึ่งเมื่อบรรจุแต่งตั้งครบแล้ว ก็เท่ากับเติมเต็มในส่วนที่ขาด ส่วนการสอบคัดเลือกผู้อำนวยการสพท. แทนอัตราเกษียณของปีนี้นั้น อยู่ระหว่างหารือ กับก.ค.ศ. และคุรุสภา เพื่อดูหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม เมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็จะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด รวมถึงจะเร่งดำเนินการหารือเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การสอบผู้อำนวยการโรงเรียน และรองผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งยังขาดอยู่หลายพันตำแหน่งให้ลงตัวเร็วที่สุด ยืนยันว่า สพฐ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ” นายอำนาจกล่าว

