“ปี 2561 ทางโรงเรียนสนใจจะซื้อโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษา เนื้อที่ 5 ไร่ ราคา 70 ล้านบาท ที่ดินโดยรอบอีก 7 ไร่ ราคา 30 ล้านบาท… สภาคริสตจักรในประเทศไทย จึงตั้งคณะกรรมการศึกษา พบข้อมูล ราคาประเมินที่ดินอยู่ที่ 750 บาทต่อตารางวา เท่ากับว่าที่ดิน 5 ไร่ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 3 แสนบาท…”
กำลังเป็นที่จับตาของสังคมอย่างมาก ภายหลังสภาคริสตจักรในประเทศไทย มีมติปลด นายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ออกจากตำแหน่ง และให้ นายวัชรพงษ์ อภิญญานุรังสี ผู้จัดการโรงเรียน ออกจากตำแหน่ง ซึ่งที่ผ่านมา มีกลุ่ม SaveBCC ได้เชิญชวนศิษย์เก่า และผู้ปกครอง ร่วมแสดงพลังแต่งดำเพื่อคัดค้านมติดังกล่าว
สาเหตุที่มีการปลด และให้ผู้บริหารโรงเรียนออกในครั้งนี้ โดยกล่าวหาว่ามีสาเหตุมาจากการใช้งบประมาณกว่า 70 ล้านบาท จัดซื้อโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษา ไม่เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของสภาคริสตจักรในประเทศไทย ซึ่งอดีตผู้อำนวยการโรงเรียน และอดีตผู้จัดการโรงเรียน มองว่าการถูกปลด และให้ออกจากตำแหน่งครั้งนี้ ไม่ได้รับความเป็นธรรม ขณะที่ศิษย์เก่ามองว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากสภาคริสตจักรในประเทศไทยเข้ามาแทรกแซงการบริหารจัดการโรงเรียน
“มติชน” จึงถือโอกาสนี้ พูดคุยกับ นายวิศาล มหชวโรจน์ ประธานกรรมการบริหารโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ถึงเหตุ และผล ในการสั่งปลดผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้จัดการครั้งนี้
๐สภาคริสตจักรในประเทศไทยถูกมองเป็นสภาพ่อลูก แทรกแซงการบริหารโรงเรียน?
“สภาคริสตจักรในประเทศไทย ถูกเลือกมาจากสมัชชาคริสตจักร ซึ่งมีสมาชิกเป็นคริสตจักรท้องถิ่นกว่า 2,000 แห่ง คริสตจักรภาค 22 ภาค คัดเลือกกรรมการอำนวยการทำหน้าที่แทนสภา จำนวน 31 คน ตามด้วยกรรมการดำเนินงาน และผู้บริหารสภาคริสตจักร ซึ่งสภาคริสตจักรประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เลขาธิการ และเหรัญญิก ทั้ง 4 ตำแหน่ง เลือกมาจากสมัชชาคริสตจักร และทั้ง 4 คนนี้ จะเป็นกรรมการอำนวยการ และกรรมการดำเนินงานโดยตำแหน่ง ร่วมกับคริสจักรภาค 22 คน และกรรมการที่ได้รับการคัดเลือกจากสมัชชาอีก 5 คน ดังนั้น กระแสข่าวที่ออกไปว่าเป็นสภาพ่อลูก ก็ไม่ถูกต้อง เพราะเลือกตั้งมีขั้นตอน
ส่วนการเลือกประธานสภาคริสตจักรในประเทศไทยก็เช่นกัน โดยนายทวีศักดิ์ มหชวโรจน์ ได้รับเลือกด้วยคะแนน 196 เสียง จากองค์ประชุมทั้งหมด 388 เสียง ถือว่าชนะขาด ตรงนี้เป็นที่มาทั้งหมด ดังนั้น ที่บอกว่าสภาพ่อลูก จึงไม่ถูกต้อง การเลือกตั้งทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ และที่บอกว่าคณะกรรมการบริหารฯ เป็นบอร์ดครอบครัว ก็ไม่ใช่ เพราะต้องผ่านการคัดเลือกตามขั้นตอน โดยการพิจารณาของคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวม 49 ชุด ตรงนี้เป็นที่มา”
๐สาเหตุที่ปลดนายศุภกิจ และนายวัชรพงษ์ เกิดจากสาเหตุใด?
“กรณีนี้เกิดจากช่วงปี 2561 ทางโรงเรียนสนใจจะซื้อโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษา เนื้อที่ 5 ไร่ ราคา 70 ล้านบาท ที่ดินโดยรอบอีก 7 ไร่ ราคา 30 ล้านบาท เรื่องนี้คณะกรรมการบริหารโรงเรียนมีมติเห็นชอบ และได้เสนอไปยังสภาคริสตจักรในประเทศไทย ซึ่งก็ได้รับอนุมัติตามขั้นตอน แต่เป็นการอนุมัติแบบมีเงื่อนไข โดยให้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบที่สภาคริสตจักรในประเทศไทยกำหนด กล่าวคือ การจัดซื้อกิจการ หรือที่ดิน สิ่งปลูกสร้างที่มีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีการประเมินราคา วิเคราะห์สืบทานความเป็นไปได้ ดูความคุ้มค่าของโครงการประกอบการพิจารณาทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะจัดซื้อวิธีใด ก็ต้องทำตามขั้นตอน แต่ผลการวิเคราะห์ที่อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนส่งให้สภาคริสตจักรในประเทศไทยมีข้อมูลไม่ครบถ้วน
ดังนั้น สภาคริสตจักรในประเทศไทยจึงตั้งคณะกรรมการศึกษา และตั้งคณะกรรมการสอบสวน พบข้อมูล ราคาประเมินที่ดินอยู่ที่ 750 บาทต่อตารางวา เท่ากับว่าที่ดิน 5 ไร่ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 3 แสนบาท อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ราคา เพราะเป็นไปได้ว่า อาจมีการซื้อขายเกินราคาประเมิน 3-4 เท่า แต่ต้องมีการประเมิน และสอบทานความคุ้มค่า ซึ่งไม่มีการดำเนินการ อีกทั้ง มีข้อสังเกตว่าเร่งรีบจัดซื้อแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน
ขณะเดียวกันฝ่ายตรวจสอบยังรายงานว่า มีปัญหาเรื่องงบการเงินที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานทางการบัญชีที่กำหนดไว้ ไม่มีการสอบทานถือเป็นความเสี่ยง ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของคำสั่งปลดผู้อำนวยการโรงเรียนออกจากตำแหน่ง แต่ยังถือว่าเป็นบุคลากรของโรงเรียน ส่วนที่ให้ผู้จัดการโรงเรียนออกจากตำแหน่ง และไม่ถือว่าเป็นบุคลากรของโรงเรียน เพราะเป็นผู้ดูแลเรื่องการเงินโดยตรง แต่กลับมีความผิดพลาด
ขณะนี้ทั้ง 2 คน ทำหนังสืออุทธรณ์ไปที่มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย และอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะรับอุทธณ์หรือไม่ ตัวผมเองไม่สามารถบอกได้ ว่าผลจะออกมาทิศทางใด อยู่ที่ว่าจะมีข้อมูลหใหม่ปรากฎเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่มีข้อมูลเพิ่ม ตามระเบียบแล้วก็ต้องยืนยันตามมติเดิม ผมยืนยันว่า ไม่เคยพูดว่าใครทุจริต แต่เป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง”
๐นอกจากเรื่องการจัดซื้อที่ดินแล้ว มีกรณีอื่นอีกหรือไม่?
“พบข้อมูลความผิดปกติเพิ่มเติมหลายเรื่อง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล อย่างไรก็ตาม กรณีการซื้อโรงเรียนบึงกาฬฯ ทางมูลนิธิฯ ตั้งคณะกรรมการศึกษา ตามจริงไม่ได้มีความตั้งใจจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพราะทั้ง 2 คน เซ็นยอมรับความผิดแล้ว แต่ทั้ง 2 คนบอกให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอง ซึ่งผมเป็นประธานกรรมการสอบสวนโดยตำแหน่ง หลังจากเริ่มสอบสวน จึงได้พบข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะการอนุมัติเงินเกินอำนาจ โดยตามระเบียบกำหนดว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนมีอำนาจอนุมัติวงเงินไม่เกิน 4 แสนบาท กรณีจัดซื้อจัดจ้างวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นอำนาจของคณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการบริหารฯ ส่วนกรณีเกิน 3 ล้านบาท ให้คณะกรรมการดำเนินการฯ และคณะกรรมการมูลนิธิฯ เป็นผู้อนุมัติ ซึ่งเมื่อตรวจสอบ พบว่ามีการอนุมัติเกินกว่าวงเงินที่อยู่ในอำนาจ โดยไม่ผ่านคณะกรรมการบริหารฯ หลายรายการ ทั้งหมดอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด”
๐สช.ระบุว่ามติปลดออก และให้ออก ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะต้องเป็นมติของมูลนิธิฯ?
“กรรมการดำเนินงานทั้ง 9 คน มีหมวก 2 ใบ คือ เป็นกรรมการมูลนิธิฯ ซึ่งดูในเรื่องกฎหมายของนิติบุคคล และอีกใบเป็นกรรมการสภาคริสตจักรในประเทศไทย พิจารณาเรื่องศาสนา การประชุมจะไล่ตามวาระ แต่การพิจารณาจะว่าไปตามเรื่องที่ดูแล ซึ่งได้ชี้แจงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไปแล้ว คิดว่าน่าจะเคลียร์กับจบ ไม่น่ามีปัญหา ยืนยันว่าดำเนินการอย่างถูกต้อง”
๐ได้พูดคุยกับทางศิษย์เก่าที่ออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่?
“ยังไม่มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ การพูดคุยอยากให้เป็นการปรึกษาหารือ ไม่ใช่เรียกเราออกไป แล้วเอาคนเป็นร้อยคนมากดดัน แบบนั้นไม่ใช่การพูดคุย อยากบอกว่ามีศิษย์เก่าที่หวังดีมาคุยนอกรอบหลายครั้ง แต่อีกฝั่งก็ไม่ยอม ตอนนี้สังคมเข้าใจว่า ทางคณะกรรมการบริหารฯ ปลดผู้อำนวยการโรงเรียน และให้ผู้จัดการโรงเรียนออก แต่ก่อนมีมติ ก็เคยเชิญอดีตผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้จัดการมาพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ ได้มีข้อเสนอให้นายศุภกิจ และนายวัชรพงษ์อยู่ในตำแหน่งเดิม แต่ต้องปฏิบัติตามระเบียบ ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการบริหารฯ พูดคุยกับครู ผู้ปกครอง และศิษย์เก่า ให้เข้าใจ แต่ถ้าไปกล่าวร้ายใครไว้ก็ให้ไปขอโทษ รวมถึง ต้องถูกภาคฑัณฑ์ ลดบทบาทลง เพราะทำผิดระเบียบ ตรงนี้ทางคณะกรรมการบริหารฯ ก็ถือว่าถอยให้มากแล้ว แต่ทั้ง 2 คน ไม่รับข้อเสนอ หลังจากนั้นมีการเคลื่อนไหวหนักขึ้น ไปยื่นเรื่องกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คณะกรรมการมาธิการ (กมธ.) การศึกษา สภาผู้แทรราษฎร ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจ”
๐ขณะนี้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ เสียหายมาก?
“เป็นเรื่องที่ผมไม่เข้าใจ ทำไมต้องเอาเด็กมาเกี่ยวข้อง ทั้งที่ไม่สมควร เพราะเด็กเป็นผู้บริสุทธิ์ ควรได้เรียนหนังสืออย่างเต็มที่ ไม่ควรให้ออกมาถือป้ายประท้วง ทางสภาคริสตจักรในประเทศไทยเอง พยายามเงียบที่สุด อดทน แต่ตอนนี้อยากชี้แจงให้ทราบว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การกลั่นแกล้งใคร เป็นการทำตามระเบียบทุกขั้นตอน”
๐สช.ชี้ว่าการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้จัดการโรงเรียนคนใหม่ ไม่ถูกต้อง?
“ทาง สช.ขอให้ทบทวน เพราะเห็นว่าการต่ออายุต้องต่อในตำแหน่งเดิมที่เกษียณ สำหรับนายบรรจง ชมภูวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ อายุ 65 ปี ทางโรงเรียนให้ต่ออายุราชการในตำแหน่งเดิม คือรองผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ให้ควบตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนด้วย ส่วนผู้จัดการโรงเรียนคนใหม่ อายุเกิน 65 ปี ไม่ได้เข้าเกณฑ์นี้ และไม่ถือเป็นบุคลากรของโรงเรียน เราเชิญเขามาทำงาน ซึ่งคณะกรรมการบริหารฯ ได้ทำหนังสือชี้แจงไปแล้ว”
๐ถึงวันนี้ ได้คุยกับอดีตผู้อำนวยการโรงเรียน และกลุ่มที่เกี่ยวข้องหรือไม่?
“ถ้านายศุภกิจติดต่อมาแบบปรึกษาหารือ ก็พร้อมพูดคุย แต่ขอเป็นการปรึกษาหารือเพื่อหาทางออก ไม่ใช่นำคนมากดดันเหมือนเช่นการนัดคุยครั้ง ซึ่งมีจดหมายบอกว่า จะมีมวลชนมาร่วมหารือประมาณ 500 คน ผมจึงได้ก็ปฏิเสธไป และยังไม่มีการนัดกันใหม่”


