‘ณัฏฐพล’ เมินเพิ่มเงินรายหัวเอกชน ย้ำต้องดูความเหมาะสม
เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบเรื่องการแก้ไขระเบียบต่างๆ เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบภัยพิบัติ นอกจากนี้ได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานต่างๆ ว่ามีโรงเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ต้องเข้าไปควบคุมกี่แห่ง เนื่องจากโรงเรียนเหล่านี้มีปัญหาและไม่สามารถแก้ไขได้
รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นถึงปัญหาของโรงเรียนเอกชน โดยมีปัญหาที่น่าสนใจ ซึ่งศธ.และสช.ต้องมาพิจารณาแก้ไข เช่น หากโรงเรียนลงทุนเรื่องพลังงานทดแทน ขณะที่จะมีช่วงที่นักเรียนไม่มาเรียน 180 วัน ช่วงเวลาดังกล่าว จะเสนอให้กระทรวงพลังงานรับซื้อพลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ดังกล่าวได้หรือไม่ เพื่อให้โรงเรียนได้ประโยชน์ ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย แต่ขณะเดียวกันที่ประชุมสอบถามว่า หากโรงเรียนได้รับผลประโยชน์แล้ว จะให้อะไรกลับมาแก่รัฐบาล เช่น นำเงินส่วนหนึ่งมาช่วยเหลือโรงเรียนด้อยโอกาสได้หรือไม่ เป็นต้น เรื่องเหล่านี้ถือเป็นการทำงานที่ผสมผสานกันทุกฝ่ายและจะทำให้การปฏิรูปการศึกษาได้ประโยชน์มากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดถึงปัญหาโรงเรียนปิดตัว และโรงเรียนเสนอเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวและเงินอุดหนุนอาหารกลางวันให้ครบ 100% เท่ากับนักเรียนโรงเรียนของรัฐหรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนย้ำเสมอว่าในการทำงานของรัฐและเอกชนต้องทำงานควบคู่กัน ภาครัฐเข้าใจถึงความสามารถของเอกชนที่สามารถนำพาการศึกษาใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาในการศึกษา ซึ่งภาครัฐก็พร้อมสนับสนุน ขณะเดียวกันการเข้ามาสนับสนุนนั้น ภาครัฐจะลดภาระอะไรไปได้บ้าง รวมทั้งประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ หาก ศธ.สามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนของเงินอุดหนุนรายหัวของรัฐลงได้ และนำส่วนนั้นไปสนับสนุนเอกชน จะทำให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ต้องกลับมาศึกษาการใช้งบประมาณต่างๆ เพื่อให้การใช้จ่ายงบมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียนเอกชนเท่ากับนักเรียนรัฐนั้น ขอดูตัวเลขเพื่อให้ทราบถึงข้อมูลที่แท้จริงก่อน แล้วถึงจะพิจารณาถึงความเหมาะสมที่จะเพิ่มเงินอุดหนุนนักเรียนเอกชน

