เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า ตนในลงนามในคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ที่ 2/2562 เรื่องให้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยอยู่ในความควบคุมของ สช.เนื่องจากปัญหาภายในโรงเรียน จากการบริหารจัดการของมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ในฐานะผู้รับใบอนุญาต ได้มีคำสั่งพักงานนายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผู้อำนวยการ และนายวัชรพงษ์ อภิญญานุรังสี ผู้จัดการ โดยภายหลังมีคำสั่งให้พ้นจากหน้าที่ ด้วยเหตุข้อกล่าวหาเรื่องการจัดซื้อที่ดิน และกิจการโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษา ที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบ จนมีการชุมนุมประท้วงคัดค้านจากนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และศิษย์เก่าเป็นระยะ ตลอดระยะเวลา 4 เดือน และเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น จนส่งผลกระทบการสอนของนักเรียน อีกทั้ง การนำเงินของโรงเรียนไปจัดซื้อที่ดิน และกิจการโรงเรียนบึงกาฬฯ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในตราสารจัดตั้ง และการใช้จ่ายงบประมาณไม่เป็นไปตามมาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 ถือเป็นการดำเนินการที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย อาจทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่การดำเนินกิจการของโรงเรียน เนื่องจากมูลค่าของการจัดซื้อที่ดินเป็นเงินจำนวนมาก มีผลต่อค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา
“ฉะนั้น เพื่อให้การดำเนินกิจการของโรงเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่เกิดความเสียหาย หรือส่งผลกระทบต่อนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และประชาชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 96 (2) และ (5) ประกอบกับมาตรา 98 แห่ง พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน จึงสั่งให้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ อยู่ในการควบคุมของ สช.และให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้อำนวยการ และผู้จัดการ ส่งมอบทรัพย์สิน พร้อมด้วยสมุดบัญชี เอกสาร และสิ่งอื่นเกี่ยวกับทรัพย์สิน และหนี้สินของโรงเรียนในระบบ ตลอดจนหลักฐานเกี่ยวกับนักเรียนทั้งหมด ให้แก่คณะกรรมการควบคุมโรงเรียนภายใน 7 วัน” นายอรรถพล กล่าว
นายอรรถพลกล่าวอีกว่า แม้การตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าขั้นตอนการปลดนายศุภกิจ และนายวัชรพงศ์ ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึง การแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้จัดการโรงเรียนคนใหม่ แต่บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเหมาะสมหรือไม่ สช.ให้คำตอบไม่ได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนได้ติดป้ายประกาศหยุดเรียนในวันที่ 28 พฤศจิกายน เป็นเวลา 1 วัน สช.เห็นว่าสถานการณ์เริ่มวุ่นวาย ต้องเข้าไปควบคุมแล้ว เพราะนักเรียนกว่า 5,000 คน ได้รับผลกระทบ ไม่สามารถเรียนหนังสือได้ จึงเป็นสาเหตุที่ออกคำสั่งควบคุมโรงเรียน
“การออกคำสั่งควบคุมโรงเรียนตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการควบคุมโรงเรียนฯ มอบหมาย แต่ขณะนี้มีบางกลุ่มกล่าวหาว่าการชุมนุมมีผู้ใหญ่ใช้เด็กมาเป็นเครื่องมือ แต่จากที่ผมลงไปสัมผัส พบว่าเด็กมาด้วยความสมัครใจ ไม่มีใครเคี่ยวเข็ญ เด็กมีวุฒิภาวะ รู้ผิดชอบชั่วดี และแสดงออกภายใต้แนวคิดของตนเอง” นายอรรถพล กล่าว
นายอรรถพลกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม โรงเรียนมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ซึ่ง สช.จะรีบพิจารณาให้เสร็จโดยเร็ว โดยคำสั่งควบคุมโรงเรียนมีผลตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน และผู้เกี่ยวข้องต้องส่งมอบทรัพย์สิน เอกสารทรัพย์สิน หนี้สิน ของโรงเรียน และหลักฐานเกี่ยวกับนักเรียนทั้งหมด ให้คณะกรรมการควบคุมฯ ภายใน 7 วัน ไม่เช่นนั้นจะถูกปรับตามที่ พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน กำหนดไว้ 100,000 บาท และถูกปรับเพิ่มอีก 5,000 บาทต่อวัน จนกว่าจะส่งมอบแล้วเสร็จ
“นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทราบปัญหา มีความหวังว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะพูดคุยแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ แต่สถานการณ์วันนี้ไม่เป็นไปตามที่หวัง จึงออกคำสั่งควบคุม เพื่อให้นักเรียนได้เรียนหนังสือต่อไป เชื่อว่าสถานการณ์ ปัญหาต่างๆ จะดีขึ้น นักเรียนเรียนได้ปกติ และครูมีขวัญกำลังใจสอน” นายอรรถพล กล่าว
นายวิศาล มหชวโรจน์ ประธานกรรมการบริหารโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ กล่าวว่า ทราบเรื่องแล้ว เบื้องต้นมูลนิธิสภาคริสตจักรในประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตจัดตั้ง จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว อยู่ระหว่างดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะเห็นว่าไม่เป็นธรรม ที่ผ่านมาคณะกรรมการบริหารฯ ทราบว่า กลุ่มศิษย์เก่าเตรียมนำนักเรียนมาประท้วง จึงสั่งหยุดเรียนในวันที่ 28 พฤศจิกายน แต่มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในโรงเรียนได้ มีคนของ สช.เข้ามาในโรงเรียน มีภาพทำลายห้องผู้อำนวยการโรงเรียน ขณะที่ สช.มีเอกสาร และเตรียมคนเป็นคณะกรรมการควบคุมฯ พร้อม เหมือนเตรียมการกันไว้ก่อน ซึ่งผิดปกติ
“สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนเตรียมการไว้ก่อน ผมอยากถามกลับไปว่า ใครกันแน่ที่ใช้เด็กเป็นเครื่องมือ” นายวิศาล กล่าว
นายศุภกิจ กล่าวว่า หลัง สช.ออกคำสั่งควบคุมโรงเรียน หมายความว่าโรงเรียนจะอยู่ในกำกับดูแลของ สช.ซึ่งตนมองว่าปัญหาต่างๆ ยังคงมีอยู่ แต่อย่างน้อยระบบการเรียนการสอนเดินหน้าต่อไปได้ เพราะขณะนี้โรงเรียนระส่ำระสาย ครูเจ็บปวด นักเรียนซึมเศร้า จนไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ ทั้งนี้ จะรอความชัดเจนจาก สช.และคณะกรรมการควบคุมฯ ว่าตนช่วย หรือทำอะไรได้บ้าง
นายชัชวีร์ ชีวีวัฒน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กร Save BCC กล่าวว่า ทางกลุ่มไม่ได้ดีใจที่โรงเรียนถูกควบคุม เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีปรากฏการณ์เช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ที่ สช.เข้ามาควบคุมถือว่ามีข้อดี เพราะจากนี้จะได้ดำเนินงานไปตามขั้นตอนปกติ ข้อเสียคืออาจติดขัดในการบริหารบ้าง ทั้งนี้ ทราบว่าคณะกรรมการควบคุมฯ จะเรียกประชุมด่วนนัดแรกวันที่ 29 พฤศจิกายน เพราะยังมีเรื่องที่ต้องดำเนินการเพื่อเด็กอีกมาก อย่างการสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่ต้องใช้ใบรับรองจากโรงเรียน ซึ่งต้องรีบดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ของนักเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคณะกรรมการควบคุมฯ ประกอบด้วย 1.นายเรวัต ฉ่ำเฉลิม อดีตอัยการสูงสุด เป็นประธาน 2.นายเทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 3.นายวันชัย ศิริชนะ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 4.นายพรชัย มาตังคสมบัติ อดีตอธิบการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล 5.นางวิมล จำนงบุตร อดีตผู้ตรวจราชการ ศธ. 6.นายกัมพล วันทา อดีตผู้อำนวยการสำนักตรวจราชการและติดตามประเมินผล สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 7.นายมณฑล ภาคสุวรรณ ผู้ตรวจราชการ ศธ. 8.ผู้อำนวยการกลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา สช. 9.หัวหน้ากลุ่มนิติกร สช. 10.นางนิตยา บุญสีลา นักวิชาการศึกษาชำนาญการ กลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา และ 11.นายสมพร เดชกมล นิติกรปฏิบัติการ กลุ่มงานเลขานุการกรม

