ชี้ถ้า ‘องค์การค้า’ อยู่รอด ต้องลดพนักงานครึ่งหนึ่ง
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่อาคารหอประชุมคุรุสภา นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)และ ปฏิบัติหน้าที่ผอ.องค์การค้า ของ สกสค. กล่าวมอบนโยบายในการประชุมผู้อำนวยการ สกสค.จังหวัดทั่วประเทศ ตอนหนึ่งว่า สกสค.จะก้าวไปข้างหน้าได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีการปรับกระบวนทัศน์ใหม่ วางระบบการบริหารงานใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเน้นเรื่องการสื่อสารภายในองค์กรให้เข้าใจตรงกัน การพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการจัดการความรู้สู่การพัฒนางานที่มีคุณภาพ มีจัดสรรอัตรากำลังให้เหมาะสมกับงาน ใช้บุคลากรให้น้อยลง ใช้เทคโลยีเข้ามาให้บริการสมาชิกมากขึ้น สิ่งไหนที่ดีอยู่แล้วก็พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น โดยเราต้องมุ่งสู่ “สกสค.ใหม่ ครองใจผู้รับบริการ“
นายดิศกุล กล่าวต่อว่า เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมสกสค. ได้อนุมัติให้องค์การค้าฯ ยืมเงินเพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องเพิ่ม ซึ่งปัจจุบันองค์การค้าฯ มีทรัพย์สินที่ดินมูลค่าประมาณ 4 พ้นล้านบาท แต่มีหนี้สินประมาณ 5.8 พันล้านบาท ซึ่งปัญหาหนี้สินขององค์การค้าฯ ถือเป็นปัญหาใหญ่ เป็นมะเร็งร้าย สกสค.ต้องเข้าไปช่วยพยุงและผลักดันให้องค์การค้าฯ เป็นลูกหนี้ที่ดี องค์การค้าฯ ถูกยุบไม่ได้ ถ้ายุบองค์การค้าฯ สกสค.ที่เป็นองค์กรแม่ ก็จะเดือดร้อนไปด้วย ทั้งนี้ จะต้องเข้าไปดูระบบต่างๆในองค์การค้าฯใหม่ ซึ่งเบื้องต้นพบว่า องค์การค้าฯ มีรายได้หลักจากการพิมพ์แบบเรียนให้กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) แต่มีพนักงานเยอะประมาณ 1,200 คน ถ้าตัดลงครึ่งหนึ่งเหลือประมาณ 600 คน โดยใช้วิธีการจูงใจให้ออก ประมาณ 600 คน ก็จะช่วยลดภาระขององค์การค้าฯลง ถ้าเราทำให้องค์การค้าฯมีคนน้อยกว่านี้ จะทำให้องค์กรอยู่รอด

