เล็งเปลี่ยน กก.สอบทุจริตขรก.วธ. ‘อิทธิพล’ เซ็งสรุปแค่เหตุการณ์-ไม่มีคนผิด
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการสอบสวนข้อเท็จจริง การสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการตำแหน่งนักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ สังกัดกองพระราชพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน จำนวน 150 อัตรา ปฏิบัติงานเกี่ยวกับพิธีการศพ ซึ่งเป็นงานที่สำนักพระราชวังได้โอนภารกิจงานเกี่ยวกับพิธีศพในพระราชานุเคราะห์ให้ วธ.เป็นผู้รับผิดชอบ ว่าส่อทุจริต เนื่องจากมีข้อร้องเรียนว่ามีการนำข้อสอบที่ใช้สอบจริงไปให้ผู้เข้าสอบที่เป็นอดีตผู้ติดตาม และทีมงานของอดีตรัฐมนตรีว่าการ วธ.ดูก่อน ทำให้สอบติดในลำดับต้นๆ หลายราย โดยขณะนี้ผู้ที่สอบผ่าน และฝึกปฏิบัติงานครบ 6 เดือน ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการเรียบร้อยแล้ว ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายสมเกียรติ พันธรรม ผู้ตรวจราชการ วธ.และประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริง ได้ส่งสรุปผลการสอบข้อเท็จจริงมาให้แล้ว บางกรณีได้ข้อเท็จจริงตามที่มีผู้ร้องเรียนมา แต่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอว่าการจัดสอบเข้าข่ายการทุจริต หรือไม่ชอบตามกระบวนการ จึงส่งกลับไปให้คณะกรรมการฯ สรุปผลสอบข้อเท็จจริงใหม่
นายอิทธิพลกล่าวต่อว่า สำหรับผลสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการฯ ที่เสนอให้ตนพิจารณา สรุปเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้บอกว่า เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว ถือว่ามีความผิดหรือไม่ รวมถึง ไม่มีการนำข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้ามาเปรียบเทียบข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความชัดเจน เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ วธ.ดังนั้น การจะมีคำสั่งอะไร ต้องมีความละเอียดถี่ถ้วน ส่วนตัวยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนได้เสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่อยากให้มีข้อมูลที่พร้อมสำหรับการตัดสินใจดำเนินการต่อจากนี้ เพราะหลายจุดยังเป็นข้อสงสัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลคะแนนรายบุคคล หรือการสอบข้อเท็จจริง
“ส่วนผู้สอบได้ในลำดับต้นๆ ซึ่งได้รับการร้องเรียนว่า เคยทำงานใกล้ชิดกับอดีตรัฐมนตรีว่าการวธ.นั้น จากผลสอบเบื้องต้นก็พบว่า ทำงานที่วธ.จริง แต่ในรายงานผลสอบก็ไม่มีข้อมูลว่ามีทุจริต หรือมีติวข้อสอบ ขณะเดียวกันยังไม่ได้รายงานว่าได้เรียกใครมากสอบบ้าง รวมถึง ข้าราชการระดับ 9 ที่มีข้อร้องเรียนว่าเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ไม่ได้ระบุในรายงานว่าได้เชิญเจ้าตัวมาให้ข้อมูลหรือไม่ ตรงนี้เป็นจุดที่ผมเองก็ยังไม่ทราบรายละเอียด จึงต้องให้สรุปข้อเท็จจริงมาใหม่ ซึ่งปี 2562 แน่นอนแล้วว่าไม่สามารถดำเนินการได้ทัน แต่ได้กำชับนายสมเกียรติว่าให้เร่งรัดไม่เกินต้นปี 2563 หากผลสอบออกมาไม่ได้ข้อเท็จจริงเพียงพอ คงต้องพิจารณาเปลี่ยนคณะกรรมการสอบสวนฯ หรือตั้งคณะกรรมการเข้าไปเสริม ผมเองยอมรับว่ารู้สึกหนักใจ เพราะไม่มีธงจะไปช่วยใครอยู่แล้ว อีกทั้ง ก่อนหน้าที่จะเข้ามารับตำแหน่ง ก็ไม่ได้มีข้อมูลในเชิงลึกของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง” นายอิทธิพล กล่าว

