หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา อัญเชิญพระบรม...

อัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ-พระบรมสารีริกธาตุ จากศรีลังกา ประดิษฐานที่วัดบวรฯ ถึง 15 ม.ค.

16.12.19 | 17:54 น.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธี กล่าวในการอัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา มาประดิษฐาน ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ประธานฝ่ายบรรพชิต นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นางสมันตา เค. ชยสุริยะ เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ประธานฝ่ายคฤหัสถ์ โครงการอัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ และผู้ร่วมงานจำนวนมาก เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ในนามรัฐบาลไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งในพิธีปฐมอัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ จากศรีลังกา มาประดิษฐาน ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร จึงอยากเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนทุกคนได้มากราบสักการะเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นมงคลแก่ตนเองรับปีใหม่

นายอิทธิพล กล่าวว่า โครงการอัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ เป็นการเจริญความสัมพันธ์อันดีระหว่างศรีลังกา และไทย โดยเฉพาะทางด้านพุทธศาสนา โดยในพิธีอัญเชิญได้จัดริ้วขบวน และรถบุปผชาติอัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งประดับตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงและประณีตงดงาม ออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยศิลปะความเป็นไทย เช่น มณฑปต่างๆ ที่มีความเก่าแก่ การจัดแต่งดอกไม้รอบตัวรถออกแบบให้เป็นเหมือนลายคลื่นน้ำ เปรียบเสมือนพระบรมเกศาธาตุ ที่ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงไทย จึงถือเป็นเกียรติ และโอกาสที่หาได้ยากสำหรับประชาชนชาวไทย ที่ได้เข้ากราบพระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุในครั้งนี้

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า โครงการอัญเชิญพระบรมเกศาธาตุจากประเทศศรีลังกา จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์เถรวาทไทย-ลังกา ที่ดำเนินสืบเนื่องมากว่า 700 ปี นับตั้งแต่การรับนับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์ในสมัยสุโขทัย อีกทั้งปี 2562 ยังเป็นวาระครบรอบ 266 ปี แห่งการประดิษฐานพระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ในศรีลังกา ซึ่งเป็นนิกายที่ได้รับการอุปสมบทจากคณะพระธรรมทูตนำโดยพระอุบาลีมหาเถระ จากวัดธรรมารามแห่งกรุงศรีอยุธยาในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งเป็นการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในศรีลังกาขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเสื่อมถอยไปด้วยอิทธิพลของชาวต่างชาติ และผู้ปกครองที่นับถือศาสนาอื่น นิกายสยามวงศ์จึงเป็นส่วนสำคัญในการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างไทย-ศรีลังกา มาจนถึงปัจจุบัน

Advertisement

ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี กรรมการและเลขานุการ โครงการอัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ กล่าวว่า พระบรมเกศาธาตุที่อัญเชิญมานี้ มีความสําคัญอย่างยิ่ง เดิมเก็บรักษาอยู่ที่วัดโบราณแห่งหนึ่งในเมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา และเป็นที่เคารพบูชาอย่างสูงสุดมากว่า 700 ปี จนกระทั่งเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่ Nelligala International Buddhist Center เพื่อให้พุทธศาสนิกชนเดินทางมาสักการะได้สะดวกขึ้น สำหรับการอัญเชิญมายังไทยในครั้งนี้ เป็นดําริของพระสังฆนายกแห่งวัดมัลละวัตตะมหาวิหาร หรือวัดบุปผาราม และพระสังฆนายกแห่งวัดอัสคิริยามหาวิหาร ประเทศศรีลังกา โดยวัดมัลละวัตตะ เป็นวัดที่พระอุบาลีเถระ และคณะสมณทูตจากกรุงศรีอยุธยา มาทําการบรรพชาอุปสมบทให้ชาวศรีลังกา ส่วนวัดอัสคิริยา เป็นสถานที่ถวายเพลิงสรีระสังขารพระอุบาลีเถระ ทั้ง 2 วัดนี้ยังที่ทำหน้าที่สำคัญในการดูแลวัดพระเขี้ยวแก้วอีกด้วย พระบรมเกศาธาตุนี้เป็นองค์ที่ไม่เคยอัญเชิญมาในไทยมาก่อน จึงเป็นครั้งแรกในรอบ 700 ปี ที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยจะได้มีโอกาสเข้ากราบสักการะพระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาพร้อมกันในครั้งนี้ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

“พุทธศาสนิกชนสามารถเข้ากราบสักการะพระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระตำหนักเพ็ชร ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม ถึงวันที่ 15 มกราคม 2563” ดร.ดนัย กล่าว