เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ทปอ.เตรียมสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการสมัครคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส โดยปีการศึกษา 2564 จะปรับเล็กรวมรอบ 3 รับตรงร่วมกันและรอบ 4 แอดมิสชั่นส์ เข้าด้วยกัน และปรับใหญ่ในปี 2566 ตัดคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร หรือ GPAX และคะแนนการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ออกจากองค์ประกอบในการคัดเลือก และให้ใช้เป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำในการเข้าศึกษาต่อเท่านั้น ว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการหารือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การปรับระบบทีแคสเป็นเรื่องสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ดังนั้นต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ ไม่ให้เกิดผลกระทบกับเด็กและผู้ปกครอง
“การดำเนินการรับเด็กเข้าเรียนด้วยระบบทีแคส 2 ปีที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ก็ต้องปรับให้ทันต่อยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้มหาวิทยาลัยรับเด็กได้ตรงกับความต้องการ ไม่เป็นภาระกับเด็กและผู้ปกครอง ที่สำคัญต้องเตรียมพร้อมระบบเทคโนโลยีรองรับที่สมบูรณ์ อีกทั้งการตัดคะแนนโอเน็ตและ GPAX ออกจากองค์ประกอบการคัดเลือก ให้ใช้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำนั้น ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจจะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อสรุปข้อมูลให้รอบด้าน” ประธาน ทปอ.กล่าว
นายฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วย ระบบทีแคสควรปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์และช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่ผ่านมาเห็นว่าการเปิดให้มีทีแคส 5 รอบเป็นช่วงเวลาที่นานเกินไป ทำให้มหาวิทยาลัยเล็กๆ มีปัญหา ดำเนินการรับเด็กได้ยาก เด็กบางคนสอบได้แล้ว แต่ยังไม่ยืนยันสิทธิ เพราะรอมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ประกาศผล พอใกล้จะเปิดเทอม มหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ก็ดึงเด็กไปหมด ทำให้มหาวิทยาลัยเล็กๆ รับเด็กได้น้อยลง
“ผมเห็นด้วยกับการปรับทีแคส แต่ต้องทำให้ช่วงเวลาการรับสมัครสั้นลง หลักเกณฑ์การรับสมัครต่างๆ ไม่ควรมากเกินไป เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีความคล่องตัว ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่าระบบทีแคสควรจะมีไม่เกิน 3 รอบคือ รอบ 1 รอบพอร์ตฟอลิโอ รอบ 2 รอบโควตา และรอบ 3 รับตรง” นายฤๅเดชกล่าว

