เลขาฯ สพฐ.หนุน ทปอ.เลิกใช้ ‘โอเน็ต-จีแพก’ คัดเข้ามหา’ลัย

23.12.19 | 10:35 น.

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เตรียมสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการสมัครคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส โดยปีการศึกษา 2564 จะปรับเล็ก โดยรวมรอบ 3 รับตรงร่วมกัน และรอบ 4 แอดมิสชั่นส์ เข้าด้วยกัน และปรับใหญ่ในปีการศึกษา 2566 โดยตัดคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) และคะแนนทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ออกจากองค์ประกอบในการคัดเลือก และให้ใช้เป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำในการเข้าศึกษาต่อเท่านั้น ส่วนตัวเห็นด้วย เพราะโอเน็ตเป็นการทดสอบระดับชาติ ซึ่งสอบวัดความรู้เพียงบางวิชา แต่ไม่ได้วัดวิชาความถนัด หรือสมรรถนะ อีกทั้งที่ผ่านมาการใช้โอเน็ตเป็นองค์ประกอบในการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เหมือนเป็นการผลักให้เด็กไปมุ่งเรียนกวดวิชา เรียนตามความต้องการของพ่อแม่ ความต้องการของสังคม ไม่ใช่ความต้องการของตัวเอง

“ผมคิดว่า แม้จะไม่ใช้โอเน็ต และ GPAX ในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย ก็ไม่มีผลต่อการตั้งใจเรียน หรือไม่ตั้งใจเรียนของเด็ก แต่ไม่ควรยกเลิกไปเลยทีเดียว การใช้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำน่าจะเหมาะสม เพราะหากเด็กไม่สามารถสอบผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำได้ ก็คงเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยไม่ได้ อีกทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมปรับหลักสูตร พัฒนาเด็กในรูปแบบใหม่ ซึ่งไม่ใช่การเรียนเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย แต่เป็นการเรียนเพื่อมีงานทำ ให้เด็กสามารถเลือกเรียนได้ตามสมรรถนะที่เหมาะสมกับศักภาพอย่างแท้จริง” นายอำนาจกล่าว

นายอำนาจกล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการรับนักเรียนประจำปีการศึกษา 2563 ซึ่งนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายให้เพิ่มสัดส่วนผู้เรียนต่อสายอาชีวศึกษาต่อสายสามัญเป็น 60:40 นั้น ได้หารือกับนายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) แล้ว ซึ่งในเชิงปริมาณ ได้ย้ำไปแล้วว่าโรงเรียนจะต้องไม่ดึงเด็ก ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เองจะต้องไม่แย่งเด็ก แต่ต้องสร้างความเข้าใจ ให้เด็กได้เลือกเส้นทางเรียนด้วยตัวเอง ส่วนในเชิงคุณภาพ สอศ.จะต้องพัฒนาสถานศึกษาแต่ละจังหวัดให้มีอุปกรณ์การเรียนการสอนเพียงพอ และต้องเปิดในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ จบแล้วมีงานทำอย่างแท้จริง