
นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ร่วมประชุมกับนายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นางวนิดา พึ่งสุนทร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปสถาปัตยกรรมแบบประเพณี ที่ปรึกษามูลนิธิวทัญญู ณ ถลาง พระครูพิศาลสุภัทรกิจ เจ้าอาวาสวัดม่อนจำศีล และภาคีทุกภาคส่วน ที่ศาลากลางจังหวัดลำปาง เพื่อหาแนวทางความร่วมมือบูรณะปฏิสังขรณ์พระวิหาร วัดม่อนจำศีล ซึ่งเป็นพระวิหารไม้สักศิลปะพม่า ในสมัยรัชกาลที่ 5 อายุราวร้อยกว่าปี โดยที่ประชุมได้วางกรอบแนวคิดเป็นแบบพหุพาคี โดยให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม

นายไกรสิน อุ่นใจจินต์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 น่าน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มูลนิธิวทัญญู ณ ถลาง ได้เข้ามาบูรณะ แต่อาจไม่เข้าใจกับคนในพื้นที่ ทำให้ชะงัก จึงเป็นนิมิตหมายดีที่อธิบดีกรมศิลปากรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยทุกภาคส่วนมีความเข้าใจ ทั้งนี้ ต้องดูว่ามูลนิธิวทัญญูฯ ทำอะไรไปบ้าง จากนั้นรวบรวมข้อมูล จัดทำงบประมาณบูรณะ และให้สถาปนิกของกรมศิลปากรออกแบบเพื่อปรับภูมิทัศน์ทั้งวัดโดยมีแผนแม่บทรองรับ ขณะนี้อยู่ในขั้นเตรียมคณะกรรมการทำงานเพื่อสำรวจความทรุดโทรมของพระวิหาร โดยจะยึดแบบโครงสร้างเดิมให้มากที่สุด และอนาคตเตรียมเสนอพระวิหารวัดม่อนจำศีลขึ้นบัญชีโบราณสถานด้วย

“ลักษณะของพระวิหารวัดม่อนจำศีลเป็นศิลปะไทยใหญ่ หรือพม่า ที่เรียกว่า ‘จอง’ ต่างจากวิหารล้านนา เนื่องจากรวมกุฏิกับศาลาการเปรียญไว้ในหลังเดียวกัน อาคารสร้างด้วยไม้สักอย่างงดงาม ตามตำนานกล่าวกันว่าคหบดีชาวพม่าได้นำช่างจากพม่ามาก่อสร้าง หลังคาวิหารมีลักษณะเป็นซุ้มเรือนยอด มีลายฉลุไม้ประดับบนจั่ว และเชิงชายหลังคาเพดานไม้มีลายปูนปั้นประดับกระจกสี เสาไม้ภายในตกแต่งด้วยศิลปะการขึ้นรักเป็นลวดลายเครือดอกไม้ประดับด้วยกระจกสี เสาหน้าพระประธานขึ้นรูปเทพารักษ์ คน ยักษ์ วานร และสัตว์ป่าหิมพานต์” นายไกรสินกล่าว

