หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 30/2559 เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมผู้บริหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชนกลุ่มเฝ้าระวังพิเศษ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จำนวน 49 แห่ง เพื่อชี้แจงคำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าว โดยพบว่าผู้บริหารสถานศึกษาทุกคนเห็นด้วยว่าคำสั่งนี้มีผลในเชิงบวก และสร้างความมั่นใจให้แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการดูแลเด็ก เพราะมีเครื่องมือที่สามารถกำกับดูนักเรียนนักศึกษาได้มากขึ้น เช่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีตามหมวด 7 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครอบเด็ก พ.ศ.2546 มีอำนาจกักตัวนักเรียน นักศึกษาที่ก่อเหตุหรือเตรียมก่อเหตุทะเลาะวิวาทเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 6 ชั่วโมง ซึ่งจากเดิมที่ไม่มี ดังนั้น จากนี้หากพนักงานเจ้าหน้าที่วินิจฉัยแล้วเห็นว่า นักเรียน นักศึกษามีพฤติกรรมที่อาจจะก่อเหตุทะเลาะวิวาท ก็สามารถใช้ดุลพินิจกักตัวไว้ได้ ซึ่งจุดนี้จะเป็นการป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นได้ ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่ามีบุคคลตามตำแหน่งที่จะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา อยู่ในทุกหน่วยงาน รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 50,000 คน แต่ผู้ที่จะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา และมีบัตรพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วเท่านั้น ซึ่งในส่วนของ สอศ. มีบุคคลที่เข้าข่ายจะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประมาณ 1,500 คน โดยจะมีการสำรวจว่ามีบุคคลที่ผ่านการอบรมแล้วกี่คน และจะดำเนินการจัดการอบรมเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานตามคำสั่ง คสช.ได้

