น.ศ.สาวชาวไทใหญ่ สานฝัน..นำความรู้พัฒนาบ้านเกิด

8.01.20 | 15:08 น.

“เพราะชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ยาก หากเกิดจากความพยายาม”

หากเปรียบคำนิยามนี้กับชีวิตเด็กสาวชาวไทใหญ่ ที่มุ่งมั่นเดินทางไกลราว 1,000 กิโลเมตร จากหมู่บ้านชายขอบดินแดนไทย-พม่า สู่กรุงเทพฯ อดทนต่อสู้กับอุปสรรคเพื่อทำตามความฝัน โดยหวังว่าการศึกษาจะเป็นบันไดต่อยอดชีวิตให้ดีกว่าเดิม

ดิฉัน น.ส.แสงอ่อง ลุงอู นักศึกษาสาขาเทคโนโลยีเสื้อผ้า หลักสูตรเทียบโอน คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) พระนคร เกิด และเติบโตที่ชุมชนไทใหญ่ในศูนย์พักพิง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ซึ่งอพยพมาจากรัฐฉาน พ่อประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป (เกษตรกรรม) ปลูกกระเทียม พริก และรับซ่อมระบบประปาในหมู่บ้าน ส่วนแม่มีอาชีพทอผ้า ตั้งแต่เด็กเห็นความเหน็ดเหนื่อย และยากลำบากของพ่อแม่มาตลอด จึงช่วยทำงานมาตลอด ไม่ว่าจะรับจ้างเก็บพริก ปลูกกระเทียม รวมถึง เก็บผักไปขายในหมู่บ้านเพื่อเป็นค่าขนม และพยายามหาโอกาสที่จะได้เรียนหนังสือให้สูง เพื่อหวังนำความรู้ไปช่วยเหลือครอบครัว และชุมชนต่อไป

ก่อนเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ จบชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านเปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ จากนั้นเรียนต่อระดับ ปวช.สาขาบัญชี ที่วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ ศูนย์การเรียนรู้วัดดอนจั่น ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำอาศัยอยู่กินในวัด ที่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ทำให้มีโอกาสได้เรียนต่อระดับ ปวส.ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ สาขาเทคโนโลยีแฟชั่นและสิ่งทอ โดยมีอาจารย์ต่างชาติที่เข้ามาเป็นอาจารย์อาสาที่ศูนย์การเรียนรู้ ช่วยเหลือทุนเล่าเรียน (Stu and The Kids)

Advertisement

จุดเริ่มของการเข้ามาเรียนที่ มทร.พระนคร นับเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีโอกาสเรียนปริญญาตรี และเข้ามาเรียนในเมืองหลวง โดยอาจารย์ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ ซึ่งจบจาก มทร.พระนคร แนะนำให้มาเรียนด้านสิ่งทอต่อที่นี่ เพราะเป็นมหาวิทยาลัยรัฐ และมีหลักสูตรเทียบโอนได้

ช่วงแรกต้องปรับตัวหลายอย่างกับสังคมเมืองใหญ่ ส่วนการเงิน และค่าใช้จ่ายต่างๆ ต้องประหยัด และอดออม เพราะไม่สามารถขอทุนมหาวิทยาลัย หรือกู้ยืมทุน กยศ.ได้ เนื่องจากไม่มีบัตรประชาชน

ตอนนั้นมีเงินใช้จ่ายเพียงวันละ 50 บาท รู้สึกหมดความหวังที่จะได้เรียนต่อ เพราะที่บ้านไม่มีเงินส่งเป็นค่าเล่าเรียน รู้สึกเสียใจ แต่ไม่ท้อ พยายามมองหาช่องทางตลอด จนกระทั่งอาจารย์ที่คณะทราบเรื่อง จึงช่วยเหลือจัดหาทุนการศึกษาให้ เป็นทุนจากสมาคมศิษย์เก่าพณิชยการพระนคร และอาจารย์บางท่านได้ว่าจ้างให้ช่วยตัดเย็บชุดเพื่อเป็นรายได้เสริม จึงทำให้มีเงินพอจุนเจือชีวิตต่อได้ รู้สึกขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ให้โอกาสนักศึกษาทุกคนอย่างเท่าเทียม

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาเสมอ แต่ไม่เคยคิดว่าที่ต้องตั้งใจเรียนเพราะยากจน แต่รู้สึกว่าเมื่อมีโอกาส และมีผู้มอบโอกาสให้แล้ว ควรทำให้ดีที่สุดในทุกวัน และไม่คิดหยุดความฝันในการมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตนเอง

รวมถึง วันที่ทำให้ครอบครัวภูมิใจที่สุด คือการคว้าปริญญา และนำความรู้ที่มีกลับไปช่วยครอบครัว ช่วยพัฒนาบ้านเกิด ช่วยให้น้องๆ ในชุมชนไทใหญ่ได้มีโอกาสที่ดีเหมือนที่ได้รับ

ฝากถึงทุกคนที่โชคดีมีเงินพร้อมให้ตั้งใจเรียน หมั่นศึกษาหาความรู้ อยากให้ทุกคนค้นหาตัวเองให้เจอ เพราะหากเรียนไปเรื่อยเปื่อย เราจะเสียเวลาไปในแต่ละวัน แต่หากเรามีจุดหมาย จะทำให้เราเดินได้เต็มที่ ไปถึงจุดหมายอย่างรวดเร็ว และมีทิศทาง