หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา นักวิชาการหวั...

นักวิชาการหวั่นคสช.ใช้ม.44ตั้ง’สังฆราช’ ชี้รัฐบาลชงกฤษฎีกาตีความ แค่ต้องการยื้อ สนพ.เตือนวินิจฉัยผิด-ลามขัดแย้งหนัก

24.06.16 | 14:35 น.

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นายชาญณรงค์ บุญหนุน อาจารย์ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) เปิดเผยว่า จากกรณีมีผู้ออกมาแสดงความมั่นใจว่าการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาในมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ที่ระบุว่า “พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์หนึ่ง ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม (มส.) เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ในกรณีที่สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ มส. เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช” โดยมั่นใจว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาจะวินิจฉัยไปในแนวทางเดียวกับผู้ตรวจการแผ่นดินที่มองว่าผู้เสนอนามตามมาตรา 7 คือ นายกรัฐมนตรี โดยขอความเห็นชอบจาก มส.นั้น ว่า ที่มองเห็นชัด คือความตั้งใจที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะแทรกแซงกิจการทางศาสนา โดยพยายามหาช่องทางด้วยการตีความกฎหมาย ซึ่งบทบัญญัติในมาตรา 7 ไม่ว่าจะตีความว่าฝ่ายใดเป็นผู้เสนอ ในตัวบทกฎหมายก็ระบุชัดว่า ผู้ที่จะถูกเสนอนามให้เป็นสมเด็จพระสังฆราช ต้องเป็นผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ยกเว้นจะมีการแก้มาตรา 7 โดยเพิ่มวรรคเพื่อระบุเงื่อนไขที่จะยกสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นที่ไม่ใช่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ตามที่ มส.ได้เสนอนามไปแล้ว ขึ้นมาแทน เช่น ยกเงื่อนไขให้ผู้ที่ถูกเสนอนามต้องไม่มีข้อครหาที่เกี่ยวข้องกับพระธรรมวินัย เป็นต้น มิเช่นนั้นถ้าให้นายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอนาม และเสนอขอความเห็นชอบจาก มส. ถ้า มส.ไม่เห็นด้วย ก็จบ

“กระบวนการที่ทำทั้งหลายนี้ เป็นการยื้อเวลาเรื่องสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชให้ยาวที่สุด หากยื้อไม่ไหว อาจไปสู่กระบวนการใหม่ อาทิ ใช้มาตรา 44 แต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช โดยผ่านความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีผู้เดียว คือ ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอชื่อสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจาก มส.หรือใช้อำนาจยุบ มส.หรือไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่กรณีนี้” นายชาญณรงค์กล่าว และว่า หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้ ม.44 แก้ปัญหาการเสนอนามตั้งสมเด็จ พระสังฆราช ประชาชนจะมองว่ารัฐบาลแทรกแซงทุกสังคมทุกกิจการ และจะเกิดความไม่ไว้วางใจ คสช.โดยเฉพาะการเข้าไปแทรกแซงกิจการคณะสงฆ์ คสช.จะยิ่งเสียคะแนน จะมีปัญหาพอสมควรในแง่ความชอบธรรม

นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) กล่าวว่า มองว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาคงไม่ไปตีความมาตรา 7 ไปในลักษณะให้ฆราวาสเป็นผู้เลือกประมุขของสงฆ์ เพราะหากตีความตามผู้ตรวจการแผ่นดิน อาจเกิดกลียุคทางศาสนา จะเกิดปัญหาขึ้นทันที ควรวินิจฉัยตามโบราณราชประเพณีที่เคยปฏิบัติกันมา ทั้งนี้ การให้นักการเมืองเลือกสมเด็จพระราชาคณะ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช ไม่เคยปรากฏมาก่อน อีกอย่างพระสงฆ์ก็ไม่เคยไปเลือกตั้งประมุขของฝ่ายอาณาจักรเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยมาตรา 7 โดยรักษาโบราณราชประเพณีและคำนึงถึงพระธรรมวินัยของคณะสงฆ์ มิเช่นนั้นจะเกิดความขัดแย้งระหว่างศาสนจักรและอาณาจักรมากไปกว่านี้