เมื่อวันที่ 7 มกราคม นายอรัญ หาญสืบสาย ที่ปรึกษาสำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า กรณีที่นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระบุว่านายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้เชิญองค์การค้า (อค.) ของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มาหารือเรื่องการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนของ สสวท.ที่จัดพิมพ์โดยโรงพิมพ์ของ อค.และสำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยปีการศึกษา 2563 อค.เสนอขอจัดพิมพ์แบบเรียนเองทั้งหมด เพื่อความอยู่รอดขององค์กร จากการหารือเบื้องต้น สำนักพิมพ์จุฬาฯ เข้าใจสถานการณ์ และยินดีให้ อค.จัดพิมพ์ทั้งหมด โดยสำนักพิมพ์จุฬาฯ จะรับหน้าที่จัดส่งหนังสือในสัดส่วนที่เคยเป็นโควต้าของสำนักพิมพ์จุฬาฯ นั้น การประชุมดังกล่าว เพื่อหารือแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องของ อค.ซึ่ง อค.อยากได้โควต้าที่สำนักพิมพ์จุฬาฯ จัดพิมพ์ในส่วนของชั้น ม.1-6 ประมาณ 16 ล้านเล่ม เป็นเงินกว่า 1,000 ล้านบาทคืน
นายอรัญกล่าวต่อว่า ในการพูดคุยกัน ได้พยายามเสนอโมเดลแก้ปัญหา ทำอย่างไรจึงจะมีความร่วมมือกันระหว่างสำนักพิมพ์จุฬาฯ กับ อค.อาทิ ให้ อค.ผลิตในโควต้าที่สำนักพิมพ์จุฬาฯ เคยได้ ส่วนสำนักพิมพ์จุฬาฯ เป็นผู้จัดจำหน่าย แต่ยังเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งในโมเดลที่เสนอในที่ประชุม ซึ่งสำนักพิมพ์จุฬาฯ ก็รับฟัง และขอกลับไปปรึกษาผู้บริหารจุฬาฯ ก่อน เรื่องทั้งหมดมีแค่นั้น ขณะนี้จุฬาฯ ยังประชุมไม่เสร็จ จึงไม่ได้เข้าหารือกับ ศธ.และจุฬาฯ ยังไม่ยอมรับโมเดลดังกล่าว คงต้องใช้เวลาอีกกว่า 1 สัปดาห์ เพราะต้องดูข้อกฎหมาย และแผนการผลิต ซึ่งเป้าหมายคือการผลิตหนังสือให้ถึงมือเด็กทันเปิดภาคเรียน โดยสำนักพิมพ์จุฬาฯ ได้จัดประกวดราคา อีบิดดิ้ง เลือกโรงพิมพ์ และพร้อมพิมพ์แล้ว คาดว่าจะเริ่มจัดส่งหนังสือได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ แต่หากคืนโควต้าให้ อค.ก็ต้องดูว่า อค.จะดำเนินการได้หรือไม่ และผลที่เกิดขึ้นคืออะไร ต้องมาพิจารณาร่วมกับ สสวท.
“ที่บอกว่าสำนักพิมพ์จุฬาฯ คืนโควต้าให้องค์การค้าฯ เหมือนเป็นการหักคอ ทั้งที่ยังไม่ใช่ข้อสรุป สำนักพิมพ์จุฬาฯ เข้าใจว่าองค์การค้าฯ ขาดสภาพคล่อง แต่ต้องมองหลายมิติ ถ้าโอนคืนไปแล้ว สำนักพิมพ์จุฬาฯ เองต้องเสียหาย ส่วนหนึ่งเพราะเตรียมการไปแล้ว ทำสัญญาแล้ว ส่วนจะมีการฟ้องร้องหรือไม่ คงยังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะเรื่องยังไม่เกิดขึ้น” นายอรัญ กล่าว
นายชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สสวท.กล่าวว่า เป็นนโยบายของนายณัฏฐพล ที่ต้องการพยุงสถานะทางการเงินของ อค.ดังนั้น เมื่อรัฐมนตรีว่าการ ศธ.มีนโยบาย สสวท.ต้องหาแนวทางปฏิบัติในทางเทคนิค ว่าที่สำนักพิมพ์จุฬาฯ ดำเนินการไปแล้ว จะทำอย่างไรต่อได้ ขณะนี้สำนักพิมพ์จุฬาฯ อค.และ สสวท.ซึ่งเป็นผู้ให้ลิขสิทธิ์ ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาร่วมกัน ทั้งนี้ ทราบว่า สพฐ.ซึ่งเป็นผู้ใช้หนังสือรายใหญ่ ต้องการสนองนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เช่นกัน
นายชูกิจกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเรื่องลิขสิทธิ์ ต้องขออนุมัติคณะกรรมการ สสวท.ที่มีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของ สสวท.เพราะมติคณะกรรมการ สสวท.ปี 2562 ได้แบ่งการดำเนินงานชัดเจน ระหว่าง อค.ที่ให้ดูแลจัดพิมพ์หนังสือเรียนระดับชั้นประถม และสำนักพิมพ์จุฬาฯ ดูแลจัดพิมพ์หนังสือเรียนระดับชั้นมัธยม ซึ่งหากเปลี่ยนแปลงนโยบาย รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ต้องอธิบายนโยบายที่เปลี่ยนแปลงให้คณะกรรมการ สสวท.ทราบ และให้คณะกรรมการมีมติใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ายกเลิกสัญญากับสำนักพิมพ์จุฬาฯ ทาง สสวท.จะต้องจ่ายค่าเสียหายในส่วนที่เตรียมการไปแล้วหรือไม่ นายชูกิจ กล่าวว่า ได้ชี้แจงปัญหาให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ทราบแล้ว ต้องขึ้นอยู่กับการตกลงการเยียวยาระหว่างรัฐมนตรีว่าการ ศธ.และสำนักพิมพ์จุฬาฯ ส่วน สสวท.ไม่ได้เป็นผู้จ้างพิมพ์หนังสือ มีหน้าที่แต่งหนังสือเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ สสวท.ห่วงว่าหากต้องย้อนกลับมาตีพิมพ์ใหม่ อาจเกิดความล่าช้า ซึ่งตนได้เรียนให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ทราบถึงข้อกังวลนี้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างหาแก้ไข
“การจัดพิมพ์หนังสือเรียนสำหรับภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 สสวท., อค.และสำนักพิมพ์จุฬาฯ ได้กำหนดแผนการผลิตหนังสือเรียนร่วมกันในแต่ละขั้นตอน และคาดหวังว่าสำนักพิมพ์จุฬาฯ ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2562 จะช่วยจัดพิมพ์หนังสือ และส่งตรงเวลาเหมือนที่เคยช่วยในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.รับทราบ และเห็นชอบมาตลอด และสำนักพิมพ์จุฬาฯ ได้จัดพิมพ์หนังสือเสร็จไปบางส่วนแล้ว ดังนั้น ถ้าการดำเนินการต่างๆ ต้องย้อนกลับมาใหม่ ที่น่าห่วงคือจะจัดส่งหนังสือให้ถึงมือเด็กทันเปิดภาคเรียนที่ 1 หรือไม่ เพราะ สสวท.มีจุดยืนอย่างเดียวคืออยากให้หนังสือถึงมือเด็กทันเวลา ทั่วถึง และมีคุณภาพดีที่สุด อะไรที่จะกระทบในเรื่องนี้ ทำให้ผมกังวลอย่างมาก เพราะทุกอย่างทำตามแผนมาจนเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้ให้ข้อมูลกับทุกฝ่ายว่าจะรับผิดชอบเองด้วยตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.” นายชูกิจ กล่าว

