‘ดิศกุล’ ซัดสนพ.จุฬาฯขัดข้อตกลง ชี้สพฐ.ไม่ส่งคำนิยม-ขายหนังสือไม่ได้ หวั่นเรื่องยืดเยื้อทำอค.พิมพ์ไม่ทัน พ.ค.
เมื่อวันที่ 9 มกราคม นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้า(อค.) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยกรณีที่นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระบุว่าสำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คืนโควต้าการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนของ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2563 กว่า 16 ล้านเล่ม เป็นเงินกว่า 1 พันล้านบาท ให้อค.จัดพิมพ์เองทั้งหมด ขณะที่ทางสำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ ออกมาปฏิเสธว่า ยังไม่ได้คืนโควต้าให้แก่อค.นั้น ว่า จากที่เคยหารือร่วมกันระหว่าง องค์การค้าฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสสวท.โดยมีนายประเสริฐ และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ร่วมด้วยนั้น องค์การค้าฯ จะจัดพิมพ์หนังสือทั้งหมด โดยสำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ จะรับหน้าที่จัดส่งหนังสือในสัดส่วนที่เคยเป็นโควต้าของสำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ แต่ยังไม่สามารถตกลงเรื่องส่วนลดในการจัดส่งและขายหนังสือ ที่ประชุมจึงให้สำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ ไปหารือในประเด็นนี้ ก่อนที่จะมาตกลงในการประชุมครั้งใหม่ แต่เมื่อนัดประชุมใหม่ สำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ ไม่มาร่วมประชุม ทำให้เรื่องยืดเยื้อจนถึงปัจจุบันนี้
นายดิศกุล กล่าวต่อว่า ตนยังสงสัยเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงเป็นเหตุให้สำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ ขัดข้อตกลงที่ได้หารือกัน อย่างไรก็ตามจะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เพราะขณะนี้ทางสำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ ไม่สามารถจัดพิมพ์หนังสือต่อไปได้ เนื่องจากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ไม่ได้ส่งคำนิยมไปให้สำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ ถึงพิมพ์ออกมา แต่ไม่มีคำนิยมจากเลขาธิการ กพฐ.ก็ไม่สามารถวางขายได้อยู่แล้ว
“ขณะนี้องค์การค้าฯ จัดพิมพ์หนังสือระดับชั้นประถมศึกษาแล้ว แต่ในส่วนระดับมัธยมศึกษาที่ทางสำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ รับผิดชอบ องค์การค้าฯ ยังเริ่มจัดพิมพ์ไม่ได้ เพราะต้องรอให้เรื่องจบ และให้สสวท.ส่งต้นฉบับมาด้วย และหากเรื่องไม่ยืดไปเกินกว่า 2 สัปดาห์ มั่นใจว่าจะสามารถจัดพิมพ์และส่งหนังสือได้ทันก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2563 แน่นอน เพราะได้วางแผนในแต่ละขั้นตอนไว้แล้ว ส่วนการผลิต ได้มืออาชีพในการจัดพิมพ์เข้ามาช่วย ดังนั้นต่อไปจะไม่เหมือนเดิมที่จัดส่งไม่ทันแล้ว เพราะองค์การค้าฯ มีหน่วยควบคุมกำกับดูแลคอยติดตามอย่างใกล้ชิด ดังนั้นภายใน 2 สัปดาห์นี้ต้องประชุมหาข้อสรุปร่วมกันให้ได้” นายดิศกุลกล่าว
นายดิศกุล กล่าวต่อว่า เชื่อว่าหากองค์การค้าฯ จัดพิมพ์หนังสือทั้งหมด จะสามารถพยุงองค์กรอยู่รอดได้แน่นอน เพราะการพิมพ์หนังสือคือชีวิตขององค์การค้าฯ ถ้าไม่มีงานพิมพ์ไม่สามารถอยู่รอดได้ เพราะองค์การค้าฯ ต้องรับภาระดูแลและจ่ายเงินเดือนพนักงานกว่า 1,000 คน ตกเดือนละ 37 ล้านบาท องค์การค้าฯ จะต้องคำนึงถึงพนักงานที่มีอยู่ที่จะได้รับความเดือนร้อนถ้าไม่มีงานพิมพ์หนังสือเข้ามา จึงอยากขอความเห็นใจให้องค์การค้าฯ ด้วย ส่วนพนักงานที่มีอยู่กว่า 1,000 คนนั้น ในอนาคตตนมีแผนที่จะลดจำนวนพนักงานเช่นกัน โดยจะค่อยๆ ลดไป เช่น ถ้ามีพนักงานเกษียณอายุ จะไม่มีการต่ออายุการทำงานให้ หรือมีโครงการจูงใจให้เออร์ลี่รีไทร์ เป็นต้น

