หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา ส่องสารพันปัญ...

ส่องสารพันปัญหา ‘ครู’ ชี้ลายแทงสู่..แม่พิมพ์มืออาชีพ

16.01.20 | 15:31 น.

หมายเหตุ มติชน : กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) จัดงานวันครูแห่งชาติ ครั้งที่ 64 พ.ศ.2563 ภายใต้หัวข้อ “โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย” เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่หอประชุมคุรุสภา โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีการปาฐกถาและเสวนาหัวข้อต่างๆ ที่น่าสนใจ มติชน เห็นว่าน่าสนใจ จึงเสนอสาระสำคัญ ดังนี้

 

สุมน อมรวิวัฒน์ ราชบัณฑิต

“ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ครูมีการปรับเปลี่ยนมาโดยตลอด ใครที่ว่าครูไม่ปรับเปลี่ยนไม่ใช่เรื่องจริง แต่เราเปลี่ยนอย่างช้าๆ ในระบบที่ซับซ้อน เกี่ยวข้องกับชีวิต ไม่ใช่แค่นักเรียน เพราะฉะนั้น โรงเรียนจึงไม่ใช่โรงสอน แต่โรงเรียนคือแหล่งพัฒนาการเรียนรู้ของชุมชน เป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน ที่คนทุกวัยทุกช่วงอายุมาใช้ประโยชน์ ดังนั้นจึงเสียใจมาก ที่ยุบโรงเรียนด้วยคำว่า ไม่คุ้มทุน ซึ่งการสร้างชีวิตคนจะตีค่าเป็นเรื่องของการคุ้มทุนไม่ได้

ในส่วนของครูนั้น อยากให้ประเมินว่าเป็นครูที่มีชีวิตหรือเป็นหุ่นครูที่ขยับไปตามการชักหรือการเชิด หากเป็นครูที่มีชีวิต ก็จะแสดงออกจากความเคลื่อนไหวภายใน มีจิตวิญญาณ ไม่ใช่หุ่นครู การเป็นครูคือวิชาชีพ ไม่ใช่อาชีพเพื่อหารายได้ ครูมีหน้าที่รับผิดชอบศิษย์ที่เป็นลูกของผู้อื่น รับผิดชอบศิษย์ต่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ด้วยการสังเกต ชี้แนะและช่วยเหลือ ครูที่มีจิตวิญญาณจะสร้างสรรค์ความสามารถตามจิตวิญญาณ สภาพแวดล้อมตามความคุ้นชิน หวังครูจะกลับไปสร้างสรรค์สิ่งใหม่ พร้อมด้วยความตระหนักในคุณค่าและหน้าที่อย่างพอเพียง มีชีวิตชีวา ไม่เห็นแก่ตัว อย่างไรก็ตามตอนนี้เป็นยุคเปลี่ยนผ่าน ครูต้องปรับตัว มิฉะนั้นจะไม่ทันต่อการปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้นอย่างพลิกผัน ในโอกาสวันครู ขอเขิญชวนครูดำเนินด้วยชีวิตและวิถีความเป็นครูดังกล่าวมาทั้งหมด”

Advertisement

 

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

“ทุกคนเคยเป็นนักเรียนมาเกือบครึ่งหนึ่งของชีวิต ผมจบปริญญาเอกตอนอายุ 30 ก็ยังอยู่ในแวดวงของครูมาตลอด ผมเป็นนายกสภาวิศวกร แก้ปัญหาเรื่องสำคัญของประเทศ แต่ไม่มีวันวิศวกร ไม่มีวันหมอ แต่มีวันครู ดังนั้นถือว่าครูอยู่ในวิชาชีพที่วิเศษและสำคัญที่สุด ผมยังมีความเชื่อมั่นกับการศึกษาไทย แต่ก็มีคนเห็นแย้งว่า เชื่อมั่นแล้วทำไมการศึกษาเรายังเป็นแบบนี้ ขอบอกว่า ปรัชญาการศึกษาแต่ละชาติต่างกัน ของประเทศไทย ให้คนเข้าถึงการศึกษาฟรีทุกคน หากเป็นแบบนี้เราจะพัฒนาไกลกว่าคนอื่นไม่ได้ อย่างพนักงานขับรถของผม ไม่ส่งลูกเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน แต่กัดฟันส่งลูกเรียนเอกชน จึงต้องตั้งคำถามว่า เมื่อฟรีแล้วทำไมไม่เรียน ขณะที่โรงเรียนนานาชาติมีจำนวนเพิ่มขึ้น 20% สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยไม่ไว้ใจระบบการศึกษาไทย แม้จะให้เรียนฟรี แต่ถึงแม้ไม่มีฐานะร่ำรวย ก็พยายามจะส่งลูกให้ได้เรียนดี อย่างมีคุณภาพ

ดังนั้นถามว่า การศึกษาไทยเป็นอย่างไร ต้องอยู่ที่ปรัชญาว่าตอบโจทย์เรื่องการแข่งขันในระดับนานาชาติหรือไม่ ไม่ใช่คำนึงถึงการเข้าถึงและเรียนฟรีอย่างเดียว ผมโตมากับระบบการศึกษาไทย ก่อนไปมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก เราไปดูงานประเทศฟินแลนด์ ซึ่งขอบอกว่า เป็นไปไม่ได้กับสภาพแวดล้อมของบ้านเรา ต้องคิดว่าแล้วไทยควรจะเป็นอย่างไร ปรัชญาการศึกษาที่ให้ฟรีอย่างเดียวผิด เพราะบางคนตะเกียกตะกายส่งลูกเรียนดีๆ เพราะต้องการคุณภาพ ปัญหาของประเทศไทยตอนนี้คือไม่โฟกัส ต้องบอกเลยว่าอีก 20 ปีประเทศไทยจะอยู่ตรงไหน

เมื่อเร็วๆ นี้ไปดูงานที่ประเทศจีน ซึ่งต้องอ้าปากค้าง เพราะเขาตั้งโรงเรียนอนุบาลเทคโนโลยี ตั้งแต่เด็ก เขามองแล้วว่า อีก 20 ปีเขาจะครองโลกด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และจะบังคับให้นักบินอวกาศจีนมาสอนเด็กอนุบาล โฟกัสชัด วันนี้เราสอนเด็กไทยให้เป็นอะไร ดังนั้นตราบใดก็ตามถ้าเราไม่โฟกัส อย่าหวังว่าเราจะเป็นอะไรทั้งสิ้น ทั้งนี้ศักดิ์ศีความเป็นครูยิ่งใหญ่มาก เป็นอาชีพที่สำคัญและน่าภูมิใจ แต่ครูต้องเปิดหัวใจรองรับสิ่งใหม่ เพราะเด็กทุกวันนี้เก่งและไปไกล ครูจึงต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ วันนี้ครูถูกประเมินเป็นวินาที ครูต้องมีแรงกดดันอยู่ตลอดเวลา คนเราหากไม่มีแรงกดดัน ก็จะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เลย อย่าเกลียดการประเมิน เพราะจะทำให้เกิดการพัฒนา ครูไม่ใช่อาชีพที่สบายแต่เป็นอาชีพที่เปลี่ยนแปลงโลก มองทุกอย่างในแง่ดี คิดบวก ครูไทยไม่แพ้ใครในโลกแน่นอน”

 

อรวรรณ ศรีบุญเรือง สำนักงานเลขาธิการซีมีโอ

“กลุ่มซีมีโอทั้ง 11 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โฟกัสการพัฒนาใน 3 ส่วนหลักคือ การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม เพื่อให้ทั้ง 11 ประเทศก้าวสู่ระดับโลก ในแง่ของการศึกษา มุ่มเน้นการพัฒนาเด็กปฐมวัย การศึกษาเชิงลึก ภารกิจฉุกเฉิน หรืออุทกภัยที่เข้ามา ดูแลพัฒนาเด็กอาชีวศึกษา พัฒนาครู พัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา และพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 สิ่งสำคัญที่ซีมีโอทำคือเรื่องการพัฒนาครูให้มีความรู้และมุมมอง เป้าหมายอยากให้ครูมีความรู้ความเข้าใจการเรียนการสอน ส่งเสริมชุมชนให้มีส่วนร่วม เป็นครูที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน เป็นมุมมองของครูที่ซีมีโอตั้งไว้ กรอบการสอนเน้นไปที่ห้องเรียนสร้างสรรค์ ตรงนี้เป็นกรอบกว้างๆ ที่11 ประเทศในกลุ่มซีมีโอดำเนินการร่วมกัน”

 

ลิปิง หวัง หัวหน้าแผนกนวัตกรรมทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะ ผู้แทนยูเนสโก

“ผมเป็นครูมากว่า 30 ปี อาชีพครูในประเทศจีน มีสภาพที่หดหู่ ไม่ได้รับความนิยม ผมชื่นชมประเทศไทยที่มีวันครูและมีการเฉลิมฉลองวันครูโลกสร้างความตระหนักและเข้าถึง ตอนที่เป็นครู ผมไม่ได้เลือกแต่บังเอิญได้ไปสอนในคณะศึกษาศาสตร์ แต่ก็มีความสุข ยูเนสโกพูดถึงครูในสองประเด็นคือเงินเดือน ค่าตอบแทนและการพัฒนาครูทั้งระบบ เน้นการพัฒนาแบบองค์รวม แต่ประเทศไทยพูดกันในเรื่องจำนวนนักเรียนต่อห้อง หรือขนาดห้องเรียน ซึ่ง 25 คนต่อห้องเป็นจำนวนที่พอดี แต่ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจ หากจำนวนนักเรียนต่อห้องมากเกินไป จะทำให้ครูทำงานหนัก ผมอยากพูดถึงการพัฒนาครูควรต้องมองหลักสูตรการผลิตครูในมหาวิทยาลัย เน้นสมรรถนะ และเป็นระบบที่ต่อเนื่อง พัฒนาครูประจำการ ใครทำดีก็ควรให้รางวัล การพัฒนาครูควรต้องพัฒนาแบบผลักดันจากภายใน ไม่ใช่นำแรงขับจากภายนอกมาผลักดัน และต้องไม่ใช่การพัฒนาที่เกิดจากการบังคับ

ชีวิตครูไม่ง่าย ต้องรู้รอบด้านทั้งวิธีการสอน ไอซีที การบูรณาการการเรียนการสอนทั้งในและนอกห้องเรียน ต้องคิดอะไรที่ใหม่ๆ ถ้าจะให้มองผลลัพธ์ทางการศึกษา ควรจะมองแบบองค์รวม หากจะวัดผลในมุมมองของยูเนสโก เห็นว่า ควรวัดผลในหลายรูปแบบ ไม่ใช่การสอบอย่างเดียว ควรวัดผลในเรื่องการใฝ่รู้ อย่าวางแผนให้เด็กมากเกินไป ควรให้เด็กได้คิดสร้างสรรค์และเรียนรู้ด้วยตัวเอง”