อว.โชว์พลิกโฉมอุดมศึกษา 3 กลุ่ม ทุ่มหมื่นล. ลุยพัฒนามหา’ลัย ปี64

21.01.20 | 15:33 น.

อว.โชว์พลิกโฉมอุดมศึกษา 3 กลุ่ม ทุ่มหมื่นล. ลุยพัฒนามหา’ลัย ปี64

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) นายพีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนและติดตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ อว. กล่าวในการแถลงสรุปผลการทำงานของคณะทำงานขับเคลื่อนฯ ว่า คณะทำงานได้รับมอบหมายจากนายสุวิทษ์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการ อว. ให้รับผิดชอบงานปฏิรูปและปรับปรุงอุดมศึกษา ผลการทำงาน 6 เดือนที่ผ่านมาได้เดินหน้าพัฒนาหลายเรื่อง โดยเฉพาะการปฏิรูปอุดมศึกษาแบบพลิกโฉมอุดมศึกษาไทย เพราะการใช้มหาวิทยาลัยเป็นหัวจักรในการขับเคลื่อนประเทศ หากไม่มีการปฏิรูประบบมหาวิทยาลัย การดำเนินการตามวัตถุประสงค์จะเป็นไปได้ยาก

ด้านนายรัฐชาติ มงคลนาวิน ประธานคณะทำงานเพื่อการปฏิรูปอุดมศึกษาแบบพลิกโฉมมหาวิทยาลัยไทย กล่าวว่า การปฏิรูประบบอุดมศึกษาจะใช้วิธีการส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษาให้กำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ โดยให้สถาบันอุดมศึกษากำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์การดำเนินงานตามจุดเน้นเชิงยุทธศาสตร์ของตน เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาได้ใช้ความสามารถและศักยภาพของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้แบ่งกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก มีจำนวน 10 มหาวิทยาลัย กลุ่มการพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม มีจำนวน 15 มหาวิทยาลัย และกลุ่มการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ มีจำนวน 35 มหาวิทยาลัย ซึ่งส่วนมากจะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขกลุ่มมหาวิทยาลัยดังกล่าวเป็นเพียงตัวเลขเบื้องต้น ยังมีมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้จัดกลุ่มอยู่ ซึ่งการจัดกลุ่มนั้น มหาวิทยาลัยสามารถปฏิบัติงานตามพัทธกิจหลักได้ตามปกติ แต่มหาวิทยาลัยควรจะพิจารณายกระดับตามที่ได้แบ่งกลุ่มไว้ เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศต่อไปได้

นายรัฐชาติ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาคณะทำงานได้จัดตั้งคณะที่ปรึกษาพลิกโฉมมหาวิทยาลัย หรือ UTAC เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมและติดตามการพลิกโฉมของมหาวิทยาลัย จัดทำคู่มือเพื่อช่วยมหาวิทยาลัยให้เริ่มต้นการประเมินศักยภาพและผลการดำเนินงานตามกลุ่มยุทธศาสตร์ 3 กลุ่ม ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการแล้ว ส่งเสริมให้แต่ละมหาวิทยาลัยจัดทำแผนการพลิกโฉมของตัวเองเพื่อให้มหาวิทยาลัยได้พัฒนาเชิงคุณภาพ ให้มหาวิทยาลัยเข้าร่วมระบบประเมินตนเองที่เป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ เช่น U-Multirank, THE Impact ranking หรือ QS Star Rating แต่ละมหาวิทยาลัยสามารถประเมินได้ว่าตนเองอยู่ในระดับใด และมีความโดดเด่นด้านใด อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์มหาวิทยาลัยไทยในเวทีระดับโลกด้วย

“วัตถุประสงค์การพลิกโฉมมหาวิทยาลัย คือ ยกระดับคุณภาพมหาวิทยาลัย ที่ปัจจุบันมหาวิทยาลัยประเทศเพื่อนบ้านได้นำหน้ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ไปแล้ว สามารถขึ้นไปอยู่อันดับท็อป 100 ของโลก อว.อยากเห็นมหาวิทยาลัยสามารถก้าวเข้าสู่ท็อป 100 ของโลก ภายใน 5-10 ปีข้างหน้านี้ ในการพลิกโฉมครั้งนี้ มหาวิทยาลัยยังได้รับงบประมาณตามปกติ คืองบดำเนินการและงบบุคลากร ไม่มีการตัดงบแต่อย่างใด แต่จะมีงบเพิ่มขึ้นมาตาม พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ตามมาตรา 45 (3) เป็นงบลงทุนและงบเงินอุดหนุนเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาและการผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ ซึ่งทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบจำนวน 10,250 ล้านบาท ซึ่งงบส่วนนี้คณะทำงานจะนำไปใช้พัฒนามหาวิทยาลัยในปีงบประมาณ 2564”นายรัฐชาติกล่าวและว่า ส่วนการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2564 สป.อว.ได้เปิดรับข้อเสนอโครงการพลิกโฉมระบบการอุดมศึกษาของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้มีสถาบันอุดมศึกษายื่นข้อเสนอแล้วจำนวน 62 แห่ง