‘ณัฏฐพล’ ลั่นไม่แฟร์ วอนอย่าเอา ‘ผอ.ร.ร.’ ฆ่าโหดปล้นทอง มาตัดสินครูทั้งประเทศ

22.01.20 | 14:52 น.

‘ณัฏฐพล’ วอนอย่าเอา ‘ผอ.ร.ร.’ ฆ่าโหดปล้นทองลพบุรี มาตัดสินครูทั้งประเทศ

กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายประสิทธิชัย เขาแก้ว อายุ 38 ปี ได้ที่จังหวัดสิงห์บุรี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีเด็กชายอายุ 3 ขวบ รวมอยู่ด้วย จากนั้นชิงทรัพย์ทองคำรูปพรรณน้ำหนักรวม 28.50 บาท รวมมูลค่าประมาณ 680,000 บาท จากห้างทอง ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในจังหวัดลพบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่า ผู้ต้องหาคนดังกล่าว เป็นระดับผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรี จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท ด้านการบริหารการศึกษานั้น เมื่อวันที่ 22 มกราคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ในส่วนของเหตุผลว่าทำไมผู้อำนวยการรายนี้ถึงก่อเหตุ คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาแจ้ง เนื่องจากเป็นขั้นตอนของกระบวนการสอบสวน แต่ในส่วนของ ศธ. ถ้าพบว่ามีมูลความผิด ต้องลงโทษขั้นสูงสุด คือให้ออก เพราะถือเป็นความผิดทางอาญา แม้จะกระทำความผิดไม่แรงขนาดนี้ ศธ.ก็ให้ออกแล้ว เพราะเราต้องการความถูกต้องในกระทรวง ทั้งนี้ต้องรอให้กระบวนการต่างๆ ออกมาชัดเจนก่อน ซึ่งตนมอบหมายให้ครูที่อยู่ในโรงเรียนดังกล่าวทำความเข้าใจและอธิบายนักเรียนว่าบริบทของสังคมนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ให้นักเรียนทุกคนระมัดระวัง

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางโรงเรียนได้ให้นักเรียนหยุดเรียนและกลับบ้านไปเรียบร้อยแล้ว หวังว่าครูที่อยู่ในโรงเรียนจะสามารถดูแลจัดการได้ ทั้งนี้ผมได้เน้นย้ำกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ (สพท.) ต้นสังกัดของโรงเรียนว่าหากต้องการความช่วยเหลืออะไร ศธ.ยินดีและพร้อมให้ความช่วยเหลือ และในวันที่ 23 มกราคมนี้ จะมีเจ้าหน้าที่ไปช่วยดูแลฟื้นฟูจิตใจของนักเรียน หากมีความจำเป็นต้องหยุดเรียนอีกวัน ก็ไม่มีปัญหา เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมที่จะเข้าไปดูแลถึงหมู่บ้านของนักเรียน

“ผมไม่อยากให้เอาประเด็นนี้ ซึ่งประเด็นของคนเพียงคนเดียว ซึ่งเราไม่รู้เหตุผลลึกๆ คืออะไรมาทำให้ผู้บริหารและครูทั่วประเทศช้ำไปหมด ผมว่ามันไม่แฟร์ และไม่ถูกต้องด้วย หากเกิดเหตุเรื่องขึ้นในอาชีพอื่นๆ จะแปลว่าคนที่ทำอาชีพนั้นทั้งหมดไม่ดีหรือ ผมว่าสังคมต้องอย่าตำหนิกันแบบนี้ ให้เป็นเคส หรือเป็นประเด็นที่แยกออกมาเป็นตัวบุคคลโดยเฉพาะดีกว่า แต่แน่นอนหลังจากรับทราบข้อมูล จะต้องหาแนวทางที่แก้ไขในวาระต่อไป” นายณัฏฐพลกล่าว