เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า กรณีมีเหตุการณ์นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ ย่านมีนบุรี ถูกประกบยิงเข้าที่บริเวณใต้ราวนม 1 นัด จนเสียชีวิตนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานกับวิทยาลัยอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ทั้งนี้ หลังมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาท สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ประชุมร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษารัฐ และเอกชนทั่วประเทศ กำหนดมาตรการระยะเร่งด่วนที่ต้องทำ คือการอบรมพนักงาน เจ้าหน้าที่ และให้วิทยาลัยไปจัดทำแผนมาตรการป้องกันการทะเลาะวิวาทให้สอดคล้องกับคำสั่งหัวหน้า คสช.โดยให้เสนอมายัง สอศ.ภายใน 2 สัปดาห์ แต่มาเกิดเหตุการณ์ล่าสุดที่มีนบุรี จึงได้เรียกประชุมวิทยาลัยย่านมีนบุรี รวม 11 แห่ง เป็นวิทยาลัยรัฐ 7 แห่ง และเอกชน 4 แห่ง หารือมาตรการแก้ไขปัญหาเด็กทะเลาะวิวาทของวิทยาลัยในกลุ่มที่ดำเนินการไว้ ว่ายังมีช่องว่างอะไรบ้าง รวมถึงได้ประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่อย่างไรบ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้จะบังคับใช้คำสั่งมาตรา 44 ซึ่งถือเป็นมาตรการแรง แต่เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกลับรุนแรงขึ้น เหมือนท้าทายคำสั่ง คสช.หรือไม่ นายชัยพฤกษ์กล่าวว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษาทุกแห่งไม่ได้นิ่งนอนใจ โดย สอศ.กำลังพิจารณาใช้มาตรการทางการบริหารมาดำเนินการกับสถานศึกษาทั้งรัฐ และเอกชน ดังนั้น หากสถานศึกษาใดไม่ดำเนินการตามมาตรการ ปล่อยให้เกิดเหตุ ทะเลาะวิวาทรุนแรง และซ้ำซาก สอศ.จะให้วิทยาลัยงดรับนักศึกษาใหม่ในปีถัดไป โดยก่อนหน้านี้ได้สั่งวิทยาลัยอาชีวศึกษาของรัฐใน จ.พระนครศรีอยุธยา งดรับนักศึกษาในสาขาช่างมาแล้ว และขณะนี้กำลังจับตามีวิทยาลัยรัฐ และเอกชน 5 แห่ง ที่ก่อเหตุซ้ำซากด้วย

