เมื่อวันที่ 29 มกราคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ตามที่เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ประชุมวุฒิสภา เห็นชอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในส่วนของ อว. ได้รับงบมาเกือบทั้งหมดที่ขอไป รวมถึงงบกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สกสว.) กว่า 8,600 ล้านบาท ที่มีข่าวว่าจะถูกตัดก็ได้รับคืนมาทั้งหมด ทั้งนี้ถ้าร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 มีผลบังคับใช้แล้ว ทางสกสว. ต้องเร่งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำงบดังกล่าวซึ่งเหลือเวลาใช้ไม่กี่เดือนผลักดันเป็นงานวิจัยที่ตอบโจทย์ประเทศต่อไป โดยทางอว. จะเร่งดำเนินการในกรอบใหญ่ ๆ อาทิ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ เน้นนำงบลงไปพัฒนาพื้นที่ และแก้ปัญหาที่ท้าทายเข้ามาในปัจจุบัน รวมถึงยกระดับองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัย
นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการสรรหาคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ในอว.นั้น ได้ทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แล้ว ส่วนคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) อยู่ระหว่างการประกาศรับสมัครคัดเลือก ตอนนี้จิกซอว์ต่างๆ ที่จะมาขับเคลื่อนงานของอว. ค่อนข้างเรียบร้อยแล้ว ทั้ง คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) สกสว. ตอนนี้กำลังดูงบประมาณ 2564 โดยในส่วนของงบสนับสนุนในส่วนนี้ เสนอกรอบไว้ ประมาณ 47,000 ล้านบาท โดยงบวิจัยเกินกว่า 50% มีเป้าหมายชัดเจน ส่วนการยกระดับมหาวิทยาลัยวางกรอบอยู่ที่ 10,250 ล้านบาท ซึ่งสองกรอบนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนใหญ่
“ตอนนี้การแต่งตั้งคณะกรรมการที่ขับเคลื่อนอว.ส่วนใหญ่ค่อนข้างเรียบร้อยแล้ว รอคัดเลือก กกอ. จากนั้นจะแต่งตั้งคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) ทั้งหมดนี้หัวจักรคือ กสว. เริ่มเดินเครื่องแล้ว ที่เหลือจะออกมาเร็ว ๆ นี้ เพื่อจะขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ส่วนการปฏิรูปอุดมศึกษานั้น มีการนำพ.ร.บ.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ออกมาดูว่า เราอาจจะมีการปฏิรูปในอีกหลายระลอก ในสิ่งที่เรียกว่าระบบการวิจัยและระบบมหาวิทยาลัยไทย โดยส่วนนี้จะไปเชื่อมโยงกับการแบ่งมหาวิทยาลัยให้ขับเคลื่อนตามแนวทางที่มีศักยภาพ แต่จุดเน้นที่สำคัญที่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันคือธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย” นายสุวิทย์กล่าว

