เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.แต่งตั้งให้ตนเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงข้าราชการ ศธ.จำนวน 56 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ในโครงการ Safe Zone School 12 เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น รับทราบคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าวแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอข้อมูลการสอบสวนจากคณะกรรมการชุดเดิม เพื่อดูรายละเอียดการสอบสวนว่า ดำเนินการในส่วนใดไปบ้างแล้ว ส่วนตัวไม่หนักใจ เพราะเป็นคนทำอะไรตรงไปตรงมา เมื่อรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ให้ตนเป็นประธานสอบสวน ก็จะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
“ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าทั้ง 56 คน เป็นใครบ้าง ต้องรอข้อมูลจากคณะกรรมการสอบสวนชุดเดิม แม้บางคนอาจเกษียณอายุราชการไปแล้ว ก็ไม่มีปัญหา เพราะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงมาแล้วก่อนหน้านั้น หากพบว่ามีความผิดจริง สามารถสั่งลงโทษย้อนหลังได้ ผมไม่กังวล แม้คดีนี้จะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน โดยจะทำทุกอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งนายณัฏฐพลกำชับว่าให้ทำทุกอย่างให้โปร่งในที่สุด ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องส่วนการทุจริตเรื่องอื่นๆ นั้น ยังไม่ได้รับมอบหมาย และยังไม่พบปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นเพิ่มเติม แต่ในยุคที่ผมเป็นปลัด ศธ.จะเร่งตรวจสอบการทุกปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นให้แล้วเสร็จทุกเรื่อง” นายประเสริฐ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดซีซีทีวีในโครงการ Safe Zone School 12 เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2557 เป้าหมายเพื่อป้องกัน และสร้างความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินให้กับครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ใช้งบประมาณกว่า 577 ล้านบาท แต่ภายหลังได้รับการร้องเรียน โดยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าบริษัทเอกชนคู่สัญญาอาจทำงานผิดสัญญาจ้างตามที่ร่างขอบเขตของงาน หรือทีโออาร์ และมีความเชื่อมโยงกับหลายกระทรวง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งนี้ ในส่วนของ ศธ.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงข้าราชการที่เกี่ยวข้องรวม 56 ราย


