“สร้างคนรุ่นใหม่ ที่เป็นมิตร มีความเข้าใจ รักสันติ รังเกียจสงคราม กับเพื่อนบ้านอุษาคเนย์ร่วมวัฒนธรรม ในยุคโลกาภิวัตน์”
คำขวัญของโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา หรือ ‘ซีส์’ (SEAS) คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)
นับแต่ก่อตั้ง จวบจนวันนี้ โครงการซีส์ มธ. เติบโตมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์
สร้างบุคลากรผู้มีความรู้ ความสามารถด้านอุษาคเนย์ที่รู้รอบด้านทั้งแง่มุมประวัติศาสตร์ ภาษาและสถานการณ์ร่วมสมัย
ที่สำคัญ คือ ‘ทัศนคติ’ อันเปิดกว้าง ดังเช่นคำขวัญที่กล่าวไปในบรรทัดแรก
ศาสตราจารย์ พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี มธ. ผู้ก่อตั้งโครงการ ‘ซีส์’ เมื่อ พ.ศ.2542 กล่าวว่า ใน 2 ทศวรรษที่ผ่านมา มีบัณฑิตจบการศึกษาแล้ว 16 รุ่น รวมกว่า 1,000 คน สร้างบุคลากรที่มีความรู้ด้านสังคมวัฒนธรรมผ่านการเรียนรู้หลากหลายด้านในเวลาเดียวกัน ทั้งประวัติศาสตร์ยุคโบราณและร่วมสมัย เศรษฐกิจ สังคม
ไม่เพียงเท่านั้น อีกหนึ่งความโดดเด่น คือ “ภาษา” ซึ่งมีวิชาบังคับให้เรียนภาษาอาเซียน 1 ภาษาตามแต่นักศึกษาเลือกสรร ไม่ว่าจะเป็น ภาษาเวียดนาม, บาฮาซามาเลเซีย, บาฮาซาอินโดนีเซีย, ภาษาพม่า, ภาษาเขมร รวมถึงภาษาโปรตุเกส
โดยในทุกปีจะมีการพานักศึกษาลงพื้นที่ยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนสลับสับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม มีจุดหมายเพื่อผลักดันให้ผู้เรียนออกไปเห็นโลกกว้างเพื่อเรียนรู้เรื่องราวมากมายนอกเหนือจากการเปิดตำราอ่านในห้องแอร์
“20 ปีมาแล้วที่เราตั้งโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ซึ่งเรามักจะโม้เรื่อยว่าเป็นโครงการแรกในประเทศไทย (หัวเราะ) แต่ถ้าไปดูประเทศรอบๆ บ้านเรา เขามีมาก่อนทั้งนั้น อย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย ก็มีมาก่อนเรา ไม่ต้องไปพูดถึงอเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น นักศึกษาต้องแน่นทางวิชาการมาก ซึ่งจะทำให้ต่อยอดได้ ไม่ว่าจะสอบเข้าทำงานที่ไหน หรือจะเรียนต่อโท-เอก” ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์กล่าว
ในขณะที่ อดีตคณบดี คณะศิลปศาสตร์ รั้วแม่โดม ผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งอีก 1 ท่าน อย่าง ศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ย้อนเล่าถึงแนวคิดของการก่อตั้ง ‘โครงการซีส์’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าของโลก
“อาจารย์ชาญวิทย์ไปเรียนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล ผมไปเรียนที่อเมริกาเหมือนกัน ก็แวะไปนั่งทำงานที่คอร์แนล เลยได้เห็นการทำงานของโครงการนั้น จึงติดตามด้วยความสนใจและรู้สึกแปลกใจ ตอนเราอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอกาสที่จะเจอนักวิชาการภูมิภาคเดียวกัน มาแลกเปลี่ยนเรื่องที่ต่างคนต่างถนัด มีความสนใจ มันเกือบทำไม่ได้เลย เราจะเดินทางไปลงพื้นที่ในประเทศเพื่อนบ้านทางคณะก็ไม่มีงบประมาณ โอกาสที่จะหนุนให้ทำงานวิชาการด้านนี้ไม่มีเลย องค์ความรู้ในด้านนี้ในช่วงก่อนหน้า ส่วนใหญ่เป็นมุมมองจากทางตะวันตกที่มองเข้ามา เขาบอกอะไรเราก็ว่าไปตามนั้นเลยคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่การศึกษาเรื่องเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องทำโดยนักวิชาการในพื้นที่ เลิกมะงุมมะงาหรา ไม่ต้องไปรอทฤษฎีโพสต์โมเดิร์น จากฟูโกต์ จากใครต่อใครที่ไปอ่านมา มันใช้ไม่ได้ มันใช้ได้เฉพาะเอามาดีเบต
กันเท่านั้นเอง” อดีตคณบดีศิลปศาสตร์เล่า
สำหรับคำถามที่ว่ามีความพอใจแค่ไหนใน บัณฑิต 16 รุ่น ใน 20 ปี ศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ บอกว่า ‘ประทับใจ’ โดยเฉพาะการออกภาคสนาม ซึ่งมีการพานักศึกษา ‘โครงการซีส์’ เดินทางไปเยี่ยมเยือน สัมผัส เรียนรู้สังคม วัฒนธรรม และสถานการณ์ปัจจุบันในประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป
“นักศึกษาได้เปิดหูเปิดตา เริ่มรับรู้วัฒนธรรมความเชื่อ ทำให้ได้เรียนรู้ถึงภูมิภาคนี้จริงๆ จากจุดร่วมต่างๆ พ้นจากอาณาเขตของรัฐชาติไปได้ อันนี้เป็นความสำเร็จอย่างแรก ส่วนในอนาคต ต้องลงลึกขึ้น และอาจต้องกว้างขึ้นในประเด็นศึกษา อาจารย์ต้องผลักดันตัวเองให้ไปค้นคว้าประเด็นร่วมสมัย ว่าตอนนี้มีการถกเถียงเรื่องอะไร แล้วทำหลักสูตร ที่ต้องมีการปรับปรุง พัฒนาอยู่เสมอ เรารู้ข้อมูลในพื้นที่อยู่แล้ว ภาษา วรรณคดีทั้งราษฎร์และหลวง แต่ไม่สามารถบูรณาการให้เข้ากับโลกสมัยใหม่ หรืออธิบายให้เป็นหลักสูตรโลกสมัยใหม่ ไม่ใช่แบบหลักสูตรโบราณ นี่คือโจทย์ท้าทายที่ต้องคิดใหม่” ศาสตราจารย์ ดร.ธเนศกล่าว
ด้วยแนวคิด ‘มูฟออน’ ไม่หยุดนิ่งของ ‘โครงการซีส์’ ในวาระครบรอบ 20 ปี ซึ่งจะมีการจัดงานเฉลิมฉลอง รวมพลอย่างเกิดประโยชน์ต่อสังคมระหว่างวันศุกร์ที่ 14-อาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ จึงมีการจัดพิมพ์หนังสือ ‘อุษาคเนย์ ออนเดอะมูฟ’ อันเข้มข้นด้วยแง่มุมวิชาการด้านอุษาคเนย์ บรรณาธิการไม่ใช่ใคร แต่เป็นศิษย์เก่าโครงการซีส์ ดาวรุ่งในวงวิชาการ นาม ชานันท์ ยอดหงษ์ และกุลระวี สุขีโมกข์
นอกจากนี้ ประติมากรรม ‘จิ๊งหน่อง’ ผู้ยืนเด่นบริเวณลานใกล้คณะศิลปศาสตร์ จะถูกนำมาจำลองด้วยเรซิ่นเพื่อจำหน่ายเป็นที่ระลึก พร้อมเปิดตัวในศุกร์ที่ 14 กุมภาฯ วาเลนไทน์ ในงาน ‘รวมพลชาว SEAS-TU ฉลอง 20 ปี’
จิ๊งหน่องที่ว่านี้ คือผลงานศิลปินระดับชาติ เขียน ยิ้มศิริ ซึ่ง ศ.ดร.อดุล วิเชียรเจริญ ผู้ก่อตั้งคณะศิลปศาสตร์ มธ. เมื่อ พ.ศ.2505 เป็นผู้ให้ไอเดียการนำนิ้วแตะที่คางอย่างฉงน สะท้อนว่า นักศึกษาเป็นคน ‘ช่างคิด’
และแน่นอนว่า กิจกรรมที่ขาดไม่ได้ ในวาระครบ 2 ทศวรรษโครงการซีส์ คือ สัมมนาวิชาการซึ่งมีด้วยกันถึง 2 หัวข้อ 2 อารมณ์ ได้แก่ ‘2020 : คลื่นลูกใหม่กับกระแสการเปลี่ยนแปลงในโลกและอุษาคเนย์’ วิทยากรล้วนแต่เป็นนักวิชาการชั้นนำ เริ่มตั้งแต่ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ, พิภพ อุดร, ดุลยภาค ปรีชารัชช และประเสริฐ รุนรา ผู้ดำเนินรายการ ศิษย์เก่าสำนัก ‘ซีส์’ ที่เรียนจบออกไปเป็นสื่อมวลชนในสำนักข่าวดังระดับประเทศ ‘จอมพล ดาวสุโข’ พร้อมเปิดเวทีสุดเข้มในวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะมีการฉายภาพยนตร์ ‘Heartbound-A Different Kind of Love Story ‘(Thailand) ตามด้วยงานเลี้ยง ‘ราตรีแห่งอุษาคเนย์-กาลาดินเนอร์
รุ่งขึ้น อาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ ยังมีอีกหนึ่งหัวข้อที่รอให้รับชม และรับชิม นั่นคือ เสวนาวิชาการ ‘ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย และความเป็นไทย/อุษาคเนย์’ ซึ่งมีวิทยากรได้แก่ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เช่นเคย พร้อมด้วย ชาติชาย มุกสง, ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์, ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ และสมฤทธิ์ ลือชัย ปิดท้ายด้วยการฉายภาพยนตร์ ‘Last Night I saw Your Smiling’ (Cambodia)
“20 ปี ผ่านไป ไวเหมือนโกหก นัดเห็นหน้าเห็นตากันในเทศกาลแห่งความรัก 14-16 กุมภาฯนี้ ที่ท่าพระจันทร์ ขอชวนให้ชาวซีส์ทุกรุ่น ช่วยกันแชร์ ไปยังชาวซีส์ ทั้งมวลทั้งในและนอกประเทศไทย ร่วมก่อตั้งกองทุน 20 ปีอุษาคเนย์ศึกษา” ศาสตราจารย์พิเศษดร.ชาญวิทย์กล่าวปิดท้าย
ติดตามข่าวสารและกำหนดการต่างๆได้ที่เฟซบุ๊ก ‘อุษาคเนย์ที่รัก’ สอบถามรายละเอียด โทร 09-5437-1194 สนับสนุนการจัดงาน ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาท่าพระจันทร์ เลขที่ 114-221921-0 ชาญวิทย์ เกษตรศิริ/ต่อพงศ์ แจ่มทวี และชลดา โกพัฒนา รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายนำเข้ากองทุนวิชาการและศิลปวัฒนธรรม อุษาคเนย์ 20 ปี
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
![]()


