‘ปลัดศธ.’ เล็งลงพื้นที่เช็กข้อมูลซีซีทีวี ก่อนฟันวินัยร้ายแรง 56 ขรก.

25.02.20 | 15:56 น.

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นายประเสริฐ   บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงข้าราชการ ศธ.จำนวน 56 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ในโครงการ Safe Zone School 12 เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้ประชุมคณะกรรมการสอบสวนฯ นัดแรก เพื่อดูข้อมูล และผลการสืบข้อเท็จจริง ของคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงที่มีนายสุภัทร จำปาทอง  เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)เป็นประธาน แต่เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลผลการสืบข้อเท็จจริงที่เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อยืนยันข้อมูล ดังนั้น จึงมีหนังสือไปถึงนายสุภัทร  เพื่อขอข้อมูล  นำมาพิจารณาประกอบการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงต่อไป คาดว่าสัปดาห์จะได้รับผลการสืบข้อเท็จจริง เพื่อนำมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้งในเดือนมีนาคม

“การตรวจสอบข้อมูลเพื่อพิจารณาสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง จะต้องมีผลการสืบข้อเท็จจริงฯ ซึ่งเป็นลายลักษณ์อักษรยืนยันชัดเจนมาประกอบการพิจารณา  เมื่อได้รับเอกสารแล้ว จะนัดประชุมคณะกรรมการสวบสวนวินัยฯนัดต่อไปต้นเดือนมีนาคมจากนั้นผมก็จะนำคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ลงไปตรวจสอบพื้นที่จริงและขอไปรับฟังความเห็นของผู้ที่ถูกสอบด้วย ก่อนสรุปผล พิจารณาลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงต่อไป ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจ เราเป็นคนกลางก็หาข้อเท็จจริง ตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดให้ความเป็นธรรมกับทุกคน  ใครผิดก็ต้องรับกรรม ใครไม่ผิดก็อย่าไปลงโทษเขาให้เสียอนาคต”นายประเสริฐ กล่าว

ปลัดศธ. กล่าวต่อว่า  อย่างไรก็ตาม นายณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการศธ.  มอบนโยบายชัดเจนว่า ให้สอบสวนเรื่องนี้ไปตามข้อเท็จจริง ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ใครถูกก็ว่าไปตามถูก และให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส  ไม่ต้องไปช่วยใคร เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับคนที่คิดจะทุจริตในอนาคต ซึ่งตนเองถือว่าเป็นสิ่งที่ดีจะได้ทำงานแบบสบายใจตามที่ได้รับมอบหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดซีซีทีวีในโครงการ Safe Zone School 12 เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2557 เป้าหมายเพื่อป้องกัน และสร้างความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินให้กับครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ใช้งบประมาณกว่า 577 ล้านบาท แต่ภายหลังได้รับการร้องเรียน โดยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าบริษัทเอกชนคู่สัญญาอาจทำงานผิดสัญญาจ้างตามที่ร่างขอบเขตของงาน หรือทีโออาร์ และมีความเชื่อมโยงกับหลายกระทรวง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งนี้ ในส่วนของ ศธ.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงข้าราชการที่เกี่ยวข้องรวม 56 ราย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

Advertisement