‘ครูตั้น’ สั่งยกเครื่องจรรยาบรรณครู จี้คุรุสภาเร่งสอบสวนแม่พิมพ์ทำผิด ผนึกมหา’ลัยปั้นเด็ก ‘เก่ง-มีจริยธรรม’

2.03.20 | 15:19 น.

‘ครูตั้น’ สั่งยกเครื่องจรรยาบรรณครู จี้คุรุสภาเร่งสอบสวนแม่พิมพ์ทำผิด ผนึกมหา’ลัยปั้นเด็ก ‘เก่ง-มีจริยธรรม’

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่หอประชุมคุรุสภา นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวบรรยาย เรื่อง การยกระดับมาตรฐานการผลิต การคัดกรอง การใช้และการพัฒนาครู ในพิธีการจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ครบรอบ 75 ปี ว่า จากผลงานของคุรุสภาในปี 2562 ตนเห็นการขับเคลื่อนที่เป็นประโยชน์ต่อการวางรากฐานการผลิตครู โดยได้ผลิตครูที่มีคุณภาพร่วมกับสถาบันผลิตครู และต่อจากนี้ไปถือเป็นช่วงสำคัญที่คุรุสภาจะต้องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันวางรากฐานให้มาตรฐานวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพขั้นสูง เพราะครูคือบุคลากรสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชนของประเทศ และช่วยขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้เท่าเทียมกับประเทศอื่น ทั้งนี้การผลิตครูจะต้องให้ตรงกับบริบทของประเทศด้วย

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลา 7 เดือน ที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เห็นความสำคัญของมาตรฐานวิชาชีพครู และจรรยาบรรณวิชาชีพครู ตนอยากให้การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือการต่อใบอนุญาตต่างๆ จะต้องออกให้ครูที่มีความรู้ความสามารถที่ตรงกับความต้องการของประเทศ และศธ. ขณะเดียวกันอยากให้ครูประพฤติปฏิบัติตนตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพด้วย เพราะครูคือตัวอย่างของเด็กในอนาคต ทั้งนี้การปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพครู ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากเป็นครูแต่ไม่มีจรรยาบรรณก็ไม่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนได้ ตนขอฝากคุรุสภาร่วมกับสถาบันผลิตครูช่วยผลักดันเรื่องนี้ เพื่อสอนให้ผู้เรียนมีความครบถ้วนทั้งด้านวิชาการ และด้านจริยธรรม
“ปัจจุบันสถานการณ์ของประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤตในหลายๆ เรื่อง เมื่อมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้น เศรษฐกิจของประเทศก็ได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งไม่รู้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ในขณะที่มีวิกฤต ก็เป็นโอกาสที่เราจะได้ใช้กระบวนการต่างๆ ที่มีอยู่มาร่วมกันพัฒนาครูในระบบและครูที่กำลังจะเข้าสู่ระบบ ผมอยากใช้คำว่าครูของประเทศไทยเป็นคนเก่ง มากกว่าคำว่า ผิดเป็นครู โดยครูต้องมีความเก่งในการสอน ทำให้คนเก่งอยากมาเป็นครู และคนที่เข้ามาเป็นครูแล้วต้องเก่ง เชื่อว่าถ้ามหาวิทยาลัยที่ผลิตครูสามารถปรับหลักสูตรให้เหมาะสม ก็จะสร้างคนเก่งได้แน่นอน โดยคุรุสภาจะต้องเป็นหลักในการขับเคลื่อน ร่วมกับสถาบันผลิตครู” นายณัฏฐพล กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนได้หารือกับสำนักงบประมาณถึงการใช้งบประมาณปี 2463-2564 เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มไม่ดี จะใช้งบประมาณแบบเดิมไม่ได้แล้ว จำต้องปรับเปลี่ยนเพื่อส่งตรงไปยังผู้ได้รับผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด โดยจะต้องปรับเปลี่ยนการใช้งบเพื่อพัฒนาครูในระบบให้เก่งมากขึ้น เช่นเดียวกับปัญหาหนี้สินครู ที่ตนอยู่ระหว่างแก้ไขเพื่อให้ครูมีกำลังใจต่อสู้กับวิกฤตที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นตนอยากให้ทุกคนเตรียมพร้อมและพัฒนาตนเองเพราะเชื่อว่าในวันที่เศรษฐกิจประเทศดีขึ้น ประเทศมีความพร้อมและสามารถฟื้นตัวได้เร็ว เพราะมีครู มีเด็กและเยาวชนที่เก่ง ที่มีความพร้อมพัฒนาประเทศต่อไปได้

“อะไรที่ทำให้เด็กและเยาวชนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง คุรุสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าไปจัดการอย่างรวดเร็ว อย่าให้ปัญหาเหล่านั้นกลับเข้ามาอยู่ในวงการศึกษาอีก เช่น ปัญหายาเสพติด ทุจริต หรือล่วงละเมิดทางเพศ เรื่องพวกนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ ถือเป็นเรื่องผิดวินัยร้ายแรง และจะต้องไม่ให้คนเหล่านี้อยู่ในระบบการศึกษาอีกต่อไป ที่ผ่านมาผมเห็นว่าหลายเรื่องมีหลักฐานชัดเจน ผู้กระทำผิดรับสารภาพ แต่กระบวนการสืบสวนใช้เวลานาน ผมขอยืนยันว่าจะไม่ผ่อนปรนเรื่องนี้ ดังนั้นต้องไปดูว่าเรื่องต่างๆ ติดขัดอะไรถึงใช้เวลานาน ส่วนเรื่องไหนที่สามารถตัดสินใจได้ทันที ก็อย่าเอากระบวนการขั้นตอนที่ไม่เหมาะสมมาทำให้กินเวลา ดังนั้นจะต้องผลักดันให้มาตรฐานวิชาชีพ และจรรยาบรรณวิชาชีพปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมอย่างที่ควรจะเป็น เพื่อไม่ให้ใครมาฝ่าฝืนได้อีกต่อไป” นายณัฏฐพล กล่าว

Advertisement

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน