‘ณัฏฐพล’ ไม่ขวาง น.ร.แสดงออกทางการเมือง โยนให้ ผอ.ตัดสินใช้ ร.ร.เป็นสถานที่จัดแฟลชม็อบได้หรือไม่
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่นักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี นัดรวมตัวแสดงพลังแฟลชม็อบที่บริเวณหน้าโรงเรียน เพราะทางโรงเรียนไม่มีนโยบายให้นักเรียนรวมกลุ่มกันในสถานศึกษาในการแสดงออกเกี่ยวกับการเมืองในโรงเรียน ต่อมาผู้จัดได้ประกาศเลิกการชุมนุม เนื่องจากความกังวลในการผิดต่อ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ว่า ในเรื่องของกฎหมายหรือระเบียบการชุมนุมนั้น ได้มีข้อกฎหมายใหม่ออกมาแล้ว ซึ่งต่างจากกฎหมายชุมนุมในอดีต เพราะจากนี้การชุมนุมจะต้องขออนุญาต และต้องมีความพร้อมในหลายๆ เรื่อง จึงอยากให้ผู้ร่วมชุมนุมศึกษาเรื่องนี้ด้วย ทั้งนี้ การแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ถือเป็นสิทธิของแต่ละคน ตนไม่ขวางกั้น แต่ในขณะเดียวกันต้องเข้าใจว่ากฎหมายเปลี่ยนไปแล้ว ส่วนตัวของตนเคยเป็นผู้ชุมนุมมากก่อน และวันนี้ตนเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่สนุก ถือเป็นภาระ เป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้ครอบครัว และถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่ผ่านจุดนี้มาด้วย
“แต่ถ้าจะนำเรื่องนี้มาเปรียบเทียบว่ารัฐมนตรี เคยทำแล้วใครๆ ก็ทำได้ ผมคิดว่าบริบทในการออกมาแสดงความคิดเห็นแต่ละครั้งนั้นแตกต่างกันออกไป ดังนั้นจะต้องใช้วิจารณญาณของแต่ละคน ในส่วนของ ศธ.จะมีมาตรการอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับผู้อำนวยการโรงเรียนที่จะรับนโยบายและระเบียบของกระทรวงไปปฏิบัติต่อไป ส่วนนักเรียนอยากจะแสดงออกในเวทีต่างๆ ผมไม่มีปัญหา แต่ขอให้เข้าใจในกฎหมายด้วย” นายณัฏฐพลกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่โรงเรียนห้ามนักเรียนชุมนุมในโรงเรียน เหมือนเป็นการผลักให้นักเรียนออกมาชุมนุมข้างนอก ซึ่งอาจจะผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะได้ ศธ.จะมีมาตรการที่ชัดเจนในเรื่องนี้หรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า เชื่อว่าผู้อำนวยการแต่ละโรงเรียนมีเหตุผลในการตัดสินใจที่จะรักษาความสงบในโรงเรียน และถือเป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการโรงเรียนที่จะต้องบริหารจัดการโรงเรียนของตน ซึ่งตนเชื่อว่าผู้อำนวยการโรงเรียนมีวิจารณญาณมากพอที่จะตัดสินใจว่าจะห้ามหรือไม่
“ผมมีนโยบายชัดเจนว่าไม่มีปัญหาในการที่บุคคลใดออกมาแสดงความคิดเห็น แต่สถานการณ์ หัวข้อ และความเหมาะสมในการที่ออกมาแสดงความคิดเห็นนั้น จะต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าทำไปเพราะอะไร การที่ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่อนุญาตให้ชุมนุมในโรงเรียน มีหลายสาเหตุ เช่น เรื่องความปลอดภัย อันตรายของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หรือมีอาจกังวลว่าจะบุคคลหรือมือที่สามเข้ามา เรื่องเหล่านี้ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องนำมาวิเคราะห์พิจารณา หากเด็กและเยาวชนมีความเสี่ยงอาจจะไม่อนุญาต ส่วนถ้าจัดในโรงเรียนไม่ดีกว่าหรือ เพราะโรงเรียนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เอง ผมคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร ถ้าปัจจุบันไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และที่ผมทราบมา คือมีข่าวให้ระมัดระวังมือที่สามที่เด็กอาจจะได้รับอันตราย ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนตัดสินว่าจะห้ามนักเรียนชุมนุมหรือไม่” นายณัฏฐพลกล่าว

