‘มจร’หนุนเทียบวุฒิ’โลก-ธรรม’ ชี้’อินเดีย’ยอมรับ-แนะทำธีซิสเพิ่ม-ให้เกรด ‘พระมหาสมพงษ์’ชี้จูงใจบวช-จบบาลีมีงาน

6.07.16 | 16:08 น.

นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ รองคณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เปิดเผยกรณีที่มีนักวิชาการออกมาค้านร่าง พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ…. ในมาตรา 22 ที่ระบุว่าการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรมสนามหลวง และแผนกบาลีสนามหลวง มีวิทยฐานะดังนี้ 1.แผนกธรรมสนามหลวง มีวิทยฐานะชั้น ม.ต้น 2.แผนกบาลีสนามหลวง ชั้นเปรียญธรรม (ป.ธ.) 3 มีวิทยฐานะชั้น ม.ปลาย 3.แผนกบาลีสนามหลวง ชั้น ป.ธ.6 มีวิทยฐานะชั้นปริญญาตรี 4.แผนกบาลีสนามหลวง ชั้น ป.ธ.8 มีวิทยฐานะชั้นปริญญาโท และ 5.แผนกบาลีสนามหลวง ชั้น ป.ธ.9 มีวิทยฐานะชั้นปริญญาเอก ซึ่งมาตรฐานการเรียนไม่สามารถเทียบกับวุฒิการศึกษาทางโลกได้ ว่า ไม่เห็นด้วยกับนักวิชาการที่ออกมาคัดค้านการเทียบวุฒิทางธรรมกับทางโลก เพราะมองว่าการศึกษาของพระสงฆ์โดยเฉพาะภาษาบาลีในต่างประเทศ เช่น อินเดียให้การยอมรับ แต่เมื่อเทียบกับไทยแล้วจะต่างกันตรงที่การเรียนภาษาบาลีของพระสงฆ์ในไทยจะเข้มข้นและเรียนหนักกว่า แต่อินเดียจะจัดการเรียนที่มีหลักสูตรชัดเจนกว่า จึงอาจปรับกระบวนการเรียนเพิ่มขึ้นเท่านั้น โดยอาจให้นิสิตระดับ ป.ธ.6-9 ทำวิทยานิพนธ์เพิ่ม และเปลี่ยนการให้คะแนนจาก “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” เป็นระบบเกรด โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดระบบโครงสร้างให้เป็นไปตามสากล ทั้งนี้ แต่ละปีการสอบในระดับ ป.ธ.9 มีผู้ลงสอบจำนวนมาก แต่สอบผ่านเพียงไม่กี่รูป เมื่อเทียบสัดส่วนกับผู้ที่จบปริญญาเอก จึงเป็นสิ่งการันตีได้ว่าการเรียนระดับ ป.ธ.9 เนื้อหาจะหนักและยากกว่า

“ผมเชื่อว่าหากร่าง พ.ร.บ.นี้ผ่าน ปัญหาเรื่องจบออกมาแล้วจะไปทำงานอะไรนั้นจะหมดไป เพราะ สกอ.จะกำหนดอยู่ในมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (มคอ.) ไว้ทุกหลักสูตรสาขาว่า จบการศึกษาสาขาวิชาบาลีแล้วจะไปประกอบอาชีพใด ซึ่งบุคคลเหล่านี้ส่วนมากจะประกอบอาชีพเป็นอาจารย์ตามมหาวิทยาลัยสงฆ์ หรือมหาวิทยาลัยทั่วไป นอกจากนี้บางส่วนจะทำงานในองค์กรที่เกี่ยวกับศาสนา” นายเมธาพันธ์กล่าว

ด้านพระมหาสมพงษ์ สนฺตจิตฺโต นักวิชาการศึกษา ศูนย์อาเซียนศึกษา มจร กล่าวว่า ฐานะที่อาตมาเรียนทั้งทางโลกและทางธรรมมาก่อน ตั้งข้อสังเกตการยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรมนั้น โจทย์อยู่ตรงไหน เพียงแค่อยากให้ภิกษุสามเณรเรียนแค่นั้น หรืออยากกระตุ้นให้ภิกษุสามเณรได้ปริญญาเทียบเท่าทางโลก อาตมามองว่าร่าง พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม ในมาตรา 22 มีทั้งข้อดี ข้อเสีย และโอกาส ถ้าพูดถึงข้อเสีย การยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

แสดงให้เห็นว่าการศึกษาพระปริยัติธรรมในไทยไม่แข็งแกร่งพอ เหมือนเมียนมา หรือประเทศที่จัดการศึกษาด้านพระพุทธศาสนาแบบจารีต ทำให้ต้องเอาระบบการเรียนบาลีแบบใหม่มาใช้ และเอกลักษณ์แบบการศึกษาจารีตของคณะสงฆ์จะหายไป ส่วนข้อดี จะสร้างแรงจูงใจให้ภิกษุสามเณรอยากเรียนมากขึ้น มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน ส่วนความเป็นได้ในการผ่านร่าง พ.ร.บ.นั้นมีโอกาสเป็นไปได้ แต่ต้องมีหลักสูตรที่เป็นระบบ ระเบียบ มีคณะกรรมการจัดทำหลักสูตร แก้ไขหลักสูตร ทำให้เกิดผู้รับผิดชอบชัดเจน เริ่มจากการคัดเลือกครูผู้สอน นักศึกษา และจัดทำหลักสูตร รวมถึงดำเนินการสอน มีการวัดประเมินผลที่ชัดเจน โดยเน้นคุณภาพมากกว่าที่เป็น

 

Advertisement