เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายอานนท์ เที่ยงตรง ประธานคณะกรรมการควบคุมมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) เปิดเผยความคืบหน้าหลังจากคณะกรรมการควบคุมฯ เตรียมคืนอำนาจบริหารจัดการ ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งในเดือนสิงหาคม และจากการตรวจสอบไม่พบประเด็นปัญหาการทุจริต ว่า การเข้าควบคุมม.เอแบค ไม่ใช่เพื่อเข้าไปตรวจสอบปัญหาการทุจริตตั้งแต่ต้น แต่เป็นการเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยไม่ดำเนินการตามข้อบังคับที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 โดยเฉพาะการตรวจสอบการจัดซื้ออุปกรณ์โครงการเครื่องฝึกบินจำลองเสมือนจริง แบบแอร์บัส A320 (Flight Simulator) ซึ่งไม่ได้แจ้งให้สภามหาวิยาลัยและสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รับทราบ จนทำให้เกิดความขัดแย้ง สะท้อนถึงปัญหาธรรมาภิบาลของผู้บริหารระดับสูง อีกประเด็นคือ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการจัดทำเอแบคโพล และ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการเปลี่ยนมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ซึ่งทุกเรื่องไม่ใช่ประเด็นทุจริต แต่เป็นประเด็นการบริหารงานที่ผิดพลาด และไม่ทำตาม เงื่อนไขข้อบังคับที่กำหนดไว้ในกฎหมาย
“กรณีเข้าควบคุมม.เอแบค ต่างจากมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) อย่างชัดเจน ซึ่งกรณีของมอส. ถือว่ามีการทุจริต และส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาอย่างชัดเจน รวมถึงยังมีนักศึกษาออกมาฟ้องร้อง ดังนั้นจึงต้องเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้ง แต่ของม.เอแบค เป็นเรื่องของการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งเมื่อคืนอำนาจการบริหารงานให้ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งแล้ว ก็จะต้องมีข้อกำหนดให้มหาวิทยาลัยปฏิบัติตาม ดังนั้น กรณีที่จะมีการฟ้องร้องที่เข้าควบคุมนั้น จึงไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะคณะกรรมการควบคุมฯ ไม่ได้ทำให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียง แต่มหาวิทยาลัยมีความขัดแย้งภายใน จนเกิดการกระทบกระทั่ง และเสียชื่อเสียงมาตั้งแต่แรกแล้ว” นายอานนท์กล่าว

