จี้ ‘ครูตั้น’ สั่งร.ร.หยุดปิดกั้นจัดแฟลชม็อบ

10.03.20 | 14:54 น.

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active youth) พร้อมด้วย นายธนเดช ใจสบาย ผู้ประสนงานเครือชายเยาวชนปกป้องสิทธิ และกลุ่มเด็ก เยาวชน นักเรียนนักศึกษาจากหลายสถาบัน ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรงศึกษาธิการ(ศธ.) เพื่อขอให้เปิดพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษา ให้นักเรียน นักศึกษา ได้แสดงออกทางความคิดอย่างเสรี สร้างสรรค์ ตามสิทธิกฎหมายที่พึงจะกระทำได้ โดยมีนายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รักษาการรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) รับเรื่องแทน


ทั้งนี้นายธนเดช กล่าวว่า เครือข่ายฯ ได้ติดตามสถานการณ์ นักเรียน นิสิต นักศึกษาออกมาจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ แสดงความคิดเรื่องการเมือง ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และตามพ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ปี 2558 มาตรา 3 (4) ภายในสถานศึกษาได้รับการยกเว้น สามารถจัดกิจกรรมได้ ตามที่บัญญัติไว้ว่า มาตรา 3(4) พ.ร.บ.นี้ไม่ใช้บังคับแก่การชุมนุมภายในสถานศึกษา ประกอบกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่จัดทำขึ้นในปี 2532 ที่มีหลักการสำคัญคือเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก 4 ด้าน ได้แก่ การห้ามเลือกปฏิบัติต่อเด็ก การกระทำหรือการดำเนินการทั้งหลายต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นอันดับแรก สิทธิในการมีชีวิต การอยู่รอด และการพัฒนาทางด้านจิตใจอารมณ์ สังคม และ สิทธิในการแสดงความคิดเห็นของเด็ก และการให้ความสำคัญกับความคิดเหล่านั้น


“จากข้อเท็จจริงพบว่ามีผู้บริหารสถานศึกษาบางแห่ง ปิดกั้นไม่ให้จัดกิจกรรมในสถานศึกษา ทำให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาต้องใช้พื้นที่นอกรั้วสถานศึกษา เป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็น และเป็นพื้นที่เพื่อแสดงออกทางการเมือง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตร่างกายในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย ซ้ำยังเป็นการผลักไสไล่ส่งให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหาร ครูอาจารย์ บางคนข่มขู่นักเรียนที่ออกไปจัดกิจกรรมในพื้นที่อื่น ทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียงและจะไม่ยอมให้ใบวุฒิการศึกษา” นายธนเดช กล่าว


นายธนเดช กล่าวต่อว่า สถานศึกษาและผู้บริหาร ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า การแสดงออกเรื่องการเมืองมีความสำคัญ หากในอนาคตมีความไม่เป็นธรรม ถูกเอารัดเอาเปรียบในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมืองในระดับอื่นๆ อาทิ การเมืองท้องถิ่น นักเรียน นิสิตนักศึกษา มีความชอบธรรมที่สามารถ คิดวิเคราะห์ แยกแยะ และแสดงออกได้อย่างอิสระเสรี ปราศจากการครอบงำ จะบอกให้เด็กสนใจแต่เรื่องเรียนเพียงอย่างเดียวคงเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป เพราะท้ายที่สุดเด็กและเยาชนเหล่นี้จะเติบโตมาเป็นผู้รับผิดชอบบ้านเมืองต่อไป


ด้านนายสุรนาถ กล่าวว่า เครือข่ายฯ ขอแสดงจุดยืนและเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการศธ. ดังนี้ 1. สั่งการให้สถานศึกษาทุกระดับในสังกัดเปิดพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษา ให้แก่นักเรียน นิสิตนักศึกษาได้แสดงออกทางความคิดได้อย่างเสรี และสร้างสรรค์ไม่ปิดกั้นแทรกแซง 2.มีหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่องประชาธิปไตยในสถานศึกษาอย่างจริงจัง ที่มากกว่าการเลือกหัวหน้าห้อง หรือประธานนักเรียน แต่ควรสอนถึงการรู้สิทธิ หน้าที่ เคารพในความคิด การแสดงออกทางความคิดอย่างสันติ และการเคารพในสิทธิของผู้อื่น 3.ขอเรียกร้องให้รุ่นพี่ ศิษย์ ผู้ปกครอง ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกันปกป้องการแสดงออกของนักเรียนนิสิตนักศึกษา 4.ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในสังคมหลีกเลี่ยงการใช้คำพูด หรือวาทกรรมที่จะนำไปสู่ความเกลียดชัง สร้างความแตกแยกในสังคม และ 5.ขอฝากถึงนักเรียน นิสิตนักศึกษา ให้ระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการสื่อสารที่อาจนำไปสู่การสร้างเงื่อนไข ที่จะทำให้ผู้ไม่หวังดี หรือมือที่สามจะหยิบยกมาทำลายความชอบธรรม และบิดเบือนเจตนารมณ์ที่แท้จริงในการแสดงออก โดยวันที่ 11 มีนาคม ทางเครือข่ายฯ จะเดินทางไปยื่นข้อเสนอเดียวกันนี้ต่อนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม(อว.) เพื่อแสดงจุดยืนต่อไป

Advertisement

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน