สืบเนื่องกรณีอดีตอธิบดีกรมศิลปากร ออกประกาศแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถาน ภาพเขียนสีเขายะลา ต.ลิดล – ต.ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา จากพื้นที่ประกาศเดิม ขนาด 887 ไร่ 3 งาน 90 ตารางวา เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2544 เหลือ 697 ไร่ 75 ตารางวา เพื่อเอื้อต่อการทำอุตสาหกรรมเหมืองหิน โดยเครือข่ายประชาชนปกป้องยะลา ให้เวลากรมศลิปฯ แก้ปัญหา 1 อาทิตย์ หากไม่คืบ เตรียมหารือเคลื่อนไหวต่อ ซึ่งทางกรมศิลปากร ได้ชี้แจงใน 5 ข้อ ยืนยันเหมืองหินไม่กระทบภาพเขียนสีเขายะลา โดยจะหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางปรับปรุงแก้ไขนั้น
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้ามีการประชุมร่วมกันระหว่างนายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้านนายพนมบุตร จันทรโชติ รองอธิบดีกรมศิลปกร เข้าพบคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยในวันที่ 12 มีนาคม คาดว่าจะมีการเข้าพูดคุยกับ กมธ. การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ศาสตราจารย์พิเศษ ศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง กล่าวว่า พื้นที่บริเวณเขายะลา เป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ยุคโบราณ เมื่อพุทธศาสนาเข้ามาจากถ้ำก็กลายเป็นเป็นถ้ำวิหาร พบได้เยอะมากในภาคใต้ นอกจากนี้ พื้นที่บริเวณดังกล่าวยังสามารถอธิบายความรุ่งเรืองของรัฐปัตตานีได้ รัฐชายทะเลซึ่งอยู่ฝั่งอ่าวไทยจะมีความคล้ายคลึงกัน คือมีลักษณะเป็นชุมชนที่มีภูเขาอยู่ด้านหลัง ระยะจากชุมชนถึงภูเขาลูกนั้นๆประมาณ 10 กิโลเมตร ภูเขาจึงเป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่สูง และแหล่งศักดิ์สิทธิ์จึงเป็นที่มาของลำน้ำ หล่อเลี้ยงชุมชน อย่างไรก็ตาม ทางราชการไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร ในขณะที่ต่างประเทศสนใจศึกษาประเด็นดังกล่าว สำหรับการเคลื่อนไหวของชาวบ้านสะท้อนจิตสำนึกต่อบ้านเกิด สิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมควรดำเนินการคือ ยกเลิกประกาศการแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานในขอบเขตที่ดินโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา และนำพื้นที่เขายะลาเข้าสู่การอนุรักษ์ โดยไม่ใช่การอนุรักษ์แค่ถ้ำที่มีภาพเขียนสี แต่รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรวมด้วย
“สิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมควรฟังและดำเนินการคือยกเลิกประกาศการแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานในขอบเขตที่ดินโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา และนำพื้นที่เขายะลาเข้าสู่การอนุรักษ์สภาพแวดล้อมตรงนั้น ไม่ให้มีการทำลายภูเขาและสิ่งแวดล้อมตรงนั้น ที่เชื่อมต่อประวัติศาสตร์ของเขา ต้องหยุด หลายแห่งมีการทำเป็นอุทยานทางประวัติศาสตร์ ที่มาเลเซียเขาก็ทำกัน พื้นที่เขายะลามีศักยภาพที่ดี มีภูมิประเทสวยโดยเฉพาะภูเขาศักด์สิทธิ์ สภาพแวดล้อม มีป่าเขา ท้องทุ่งนา แล้วยังเชื่อมกับถ้ำศิลป์อีกด้วย เป็นแหล่งโบราณ ควรเปิดพื้นที่ให้คนได้เข้าไปชม เรียนรู้ความเป็นมาของบ้านเมือง ในเขตนั้นมีเมืองสำคัญอยู่ 3 เมืองถ้าตามลำน้ำปัตตานีลงมาก็ถึงเมืองโบราณยะรังซึ่งเป็นเมืองใหญ่ ถัดจากยะรังเป็นเมืองปัตตานีคือกรือเซะและเขายะลา สามจุดนี้คือพัฒนาการของบ้านเมือง
การที่จะมาอนุรักษ์แค่ถ้ำ มันไม่ได้ แต่ต้องดูบริบทของพื้นที่ชุมชน ควรให้ความสนใจและทำความเข้าใจสิ่งนั้นด้วย อย่าให้สูญเสียสิ่งเหล่านั้นไป ไม่ใช่มาพูดแค่ว่าไม่ทำลายภาพเขียนสี แค่นั้นจบ ไม่อย่างนั้นจะเหมือนเขางูในจังหวัดราชบุรี ถ้าไม่หยุดมันก็พังทั้งหมด ถ้ายังอนุรักษ์แบบแยกส่วนอย่างที่เป็นอยู่อย่างนี้จะไม่เหลือมรดกทางวัฒนธรรม” ศาสตราจารย์พิเศษ ศรีศักร กล่าว

