นายอดิศร สินประสงค์ นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สวทอ.) เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีมติให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดตั้งอาชีวะในระดับภูมิภาคขึ้นมา 6 เขต ซึ่งจะกระจายตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้แต่ละวิทยาลัยมีความเข้มแข็งตามบริบทพื้นที่ เนื่องจากเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) อาจจะดูแลวิทยาลัยทั้งหมดที่มีกว่า 400 แห่ง ได้ไม่ทั่วถึง เนื่องจากจำนวนคนและผู้เรียนมากขึ้น ประกอบกับโจทย์การพัฒนาการศึกษามีมากขึ้น หากจะให้ทุกอย่างขึ้นตรงกับเลขาธิการ กอศ.ทั้งหมดอาจจะไม่ทันการณ์นั้น ว่า ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีอาชีวศึกษาจังหวัด (อศจ.) แต่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะประธานอศจ. มาจากผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาในจังหวัดนั้นๆ ซึ่งต้องทำงานหนัก เพราะนอกจากจะต้องบริหารวิทยาลัยของตนเองแล้ว ต้องมาดูแลวิทยาลัยในภาพรวมของจังหวัดด้วย ถ้ากระจายในระดับภาคเชื่อว่าผู้อำนวยการจะมีเวลาพัฒนาบริหารวิทยาลัยของตนเองดียิ่งขึ้น เบื้องต้นตนเห็นด้วยหากสอศ.สามารถกระจายอำนาจไปอยู่ที่อาชีวะระดับภูมิภาค ซึ่งอาจจะมีผู้อำนวยการอาชีวะระดับภูมิภาค โดยที่จะต้องไม่ใช่ผู้อำนวยการวิทยาลัยในพื้นที่เข้ามาดูแลบริหารจัดการ เชื่อว่าจะทำให้การบริการจัดการคล่องตัวมากขึ้น
นายอดิศร กล่าวต่อว่า เมื่อตั้งอาชีวะระดับภูมิภาค แต่ถ้าวิทยาลัยอยู่คนละจังหวัดกับที่ตั้งของอาชีวะระดับภูมิภาค อาจจะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายการเดินทาง และปัญหาของการประสานงานในกลุ่มของภาคด้วย ดังนั้นต้องวางแผนบริหารจัดการให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพด้วย แต่ปัจจุบันวิทยาลัยยังไม่มีอำนาจเต็มในการบริหาร ความเป็นนิติบุคคลก็ยังไม่ชัดเจน ถ้า สอศ.สามารถพัฒนาวิทยาลัยในสังกัด ให้มีความเข้มแข็งทั้งเรื่องการกระจายอำนาจในการบริหาร เรื่องอัตรากำลัง น่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการกระจายอำนาจเพื่อให้วิทยาลัยมีความเข้มแข็ง โดยที่ไม่จำเป็นต้องจัดตั้งอาชีวศึกษาระดับภูมิภาคขึ้นมา
“วันนี้แม้ สอศ.จะตั้งอาชีวะระดับภูมิภาคขึ้นมา แต่อาชีวะเอกชนก็ยังไม่มีกฎหมาย หรือเจ้าภาพเป็นหลักในการดูแล หลังย้ายสังกัดจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มาอยู่ที่ สอศ. หลักสูตรที่เปิดสอนก็ยังขาดความเท่าเทียมกับรัฐ เช่น เรื่องให้อาชีวะเอกชนสมทบกับอาชีวะรัฐ เพื่อเปิดสอนในระดับปริญญาก็นิ่ง ไม่มีความคืบหน้า รวมทั้งการสอนหลักสูตรระยะสั้น ที่อาชีวะเอกชนแม้จะเปิดสอนหลักสูตรระยะสั้น ตามมาตฐานหลักสูตรของ สอศ. แต่ไม่สามารถออกใบประกาศรับรองคุณวุฒิได้ ต้องผ่านวิทยาลัยที่เป็นของรัฐในการออกใบประกาศคุณวุฒิรับรองให้กับผู้ที่เรียนหลักสูตรระยะสั้นกับอาชีวะเอกชน เรื่องนี้ถือว่าขาดความเท่าเทียมกันในทางวิชาการอย่างมาก อยากให้ สอศ.สร้างความเท่าเทียมในเรื่องนี้ด้วย” นายอดิศรกล่าว

